Welcome Guest ( Log In | Register )


สนใจลงโฆษณา ติดต่อ   pr@thaimazda3.com ดูรายละเอียดการโฆษณา ที่นี่
15 Pages V  1 2 3 > »   
Reply to this topicStart new topic
> ประกัน3+ ราคาพิเศษ กรุงเทพประกันภัยชั้น1 เริ่มที่ 7800 บาท, ประกันภัยรถยนต์ ประกันชั้น 1 ซ่อมห้าง ยาว ๆ ราคาพิเศษ สุด ๆ
mr.prakanpai
post Sep 22 2007, 06:05 PM
Post #1


มือใหม่หน้าใส


Group: Members
Posts: 115
Joined: 22-September 07
Member No.: 5,413
Time Spent:
9d 8h 38m 19s
เพศ: Male
ใช้รถ Mazda 3: No
รุ่นของรถ: 2.0R 5 doors Maxx Sport (S/R)
สีรถ: Diamond White



เรายินดีเป็นทางเลือกที่ยืดหยุ่นกว่า โดย
- มอบความคุ้มค่าที่ดีที่สุด ด้วยทีมงานมืออาชีพ ประสานสินไหมได้
- พร้อมเสนอแบบประกัน ที่หลากหลาย ตามความต้องการเป็นรายบุคคล
- เป็นนายหน้าที่มีทะเบียนถูกต้อง ได้รับมอบอำนาจจากบริษัทประกันภัยโดยตรง

Line ID ทีมงาน เพื่อข้อเสนอพิเศษโดยเฉพาะ ได้ที่
น้องจ๋า Line ID: prakanthai
น้องเนต Line ID: miss.prakanthai
น้องซัน Line ID: sun-prakantha
น้องหวาน Line ID: chananya0889

ติดตามโปรโมชั่นแรง ๆ ข่าวสาร และบริการ 24 ช.ม. ได้ที่
www.prakanthai.com
https://www.facebook.com/mr.prakanpai

สอบถามสินไหม สมัครตัวแทน หรือร้องเรียนที่ Line ID: mr.prakanpai

ประกันไทยดอทคอม ทะเบียนเลขที่ 5104000004
เลขที่ 88/145 ม.7 ต.บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี 11130
มือถือ: 081-631-9989. 083-887-9989.
โทรศัพท์: 02-459-2218 โทรสาร: 02-459-2223 E-mail: mr.prakanpai@gmail.com



This post has been edited by mr.prakanpai: Aug 29 2014, 12:48 PM
User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post
mr.prakanpai
post Oct 29 2008, 01:06 PM
Post #2


มือใหม่หน้าใส


Group: Members
Posts: 115
Joined: 22-September 07
Member No.: 5,413
Time Spent:
9d 8h 38m 19s
เพศ: Male
ใช้รถ Mazda 3: No
รุ่นของรถ: 2.0R 5 doors Maxx Sport (S/R)
สีรถ: Diamond White



เรายินดีเป็นทางเลือกที่ยืดหยุ่นกว่า โดย

- มอบความคุ้มค่าที่ดีที่สุด ด้วยทีมงานมืออาชีพ ประสานสินไหมได้
- พร้อมเสนอแบบประกัน ที่หลากหลาย ตามความต้องการเป็นรายบุคคล
- เป็นนายหน้าที่มีทะเบียนถูกต้อง ได้รับมอบอำนาจจากบริษัทประกันภัยโดยตรง

ประกันไทยดอทคอม ทะเบียนเลขที่ 5104000004
เลขที่ 88/145 ม.7 ต.บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี 11130
มือถือ: 081-631-9989. 083-887-9989.
โทรศัพท์: 02-459-2218 โทรสาร: 02-459-2223 E-mail: mr.prakanpai@gmail.com
www.prakanthai.com
https://www.facebook.com/mr.prakanpai?ref=br_rs

This post has been edited by mr.prakanpai: Aug 28 2014, 10:53 PM
User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post
mr.prakanpai
post Oct 30 2008, 11:59 AM
Post #3


มือใหม่หน้าใส


Group: Members
Posts: 115
Joined: 22-September 07
Member No.: 5,413
Time Spent:
9d 8h 38m 19s
เพศ: Male
ใช้รถ Mazda 3: No
รุ่นของรถ: 2.0R 5 doors Maxx Sport (S/R)
สีรถ: Diamond White



แผนที่ติดต่อเรา (ผ่านมาแวะดื่มกาแฟได้ครับ)





This post has been edited by mr.prakanpai: Jun 1 2011, 10:04 PM
User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post
mr.prakanpai
post Nov 1 2008, 12:52 PM
Post #4


มือใหม่หน้าใส


Group: Members
Posts: 115
Joined: 22-September 07
Member No.: 5,413
Time Spent:
9d 8h 38m 19s
เพศ: Male
ใช้รถ Mazda 3: No
รุ่นของรถ: 2.0R 5 doors Maxx Sport (S/R)
สีรถ: Diamond White



ผมขอเริ่มต้นที่ ทำไมต้องจ่าย Excess หรือส่วนร่วม 1,000 บาท ต่อเหตุการณ์ หลาย ๆ คนถามเสมอ

เราต้องทำความเข้าใจว่า การจ่ายส่วนร่วมมี 2 กรณี คือ

1.เป็นความสมัครใจ. ซึ่งจะระบุในตารางกรมธรรม์ มีตั้งแต่ 2,000 - 5,000 บาท
โดยมีผลทำให้เบี้ยประกันภัยถูกลง ข้อนี้ต้องดูรายละเอียดเมื่อรับกรมธรรม์ บางครั้ง
คนขายกำหนดห้ โดยที่ผู้เอาประกันภัยไม่รู้ก็ได้ จึงควรอ่านกรมธรรม์ให้ละเอียดครับ

2.เป็นไปตามคำสั่งนายทะเบียน เป็นเรื่องที่ผู้เอาประกันภัยต้องทราบ
ถึงแม้ทำประกันภัยชั้น 1 ก็มีกฎหมายรองรับ ให้บริษัทประกันภัย เก็บส่วนร่วม 1,000 บาท
ผมสรุปแบบเข้าใจง่าย ๆ ก็ คือ ถ้าบาดแผลไม่ชัดเจน และไม่สามารถระบุคู่กรณีคือใคร โอกาสโดนสูง
แต่...ขึ้นอยู่กับความเข้มงวดของแต่ละบริษัท แต่ละสถานการณ์ และประวัติของผู้เอาประกันภัยด้วย ดังนี้ครับ


คำสั่งนายทะเบียนเลขที่ 11/2552 คือ

กรณีรถ ชนกับสิ่งอื่น ๆ ที่ไม่ใช่รถยนต์ เช่น ต้นไม้ สัตว์ ก้อนหิน ฯลฯ ที่ทำให้ตัวรถ
และอุปกรณ์ ได้รับเสียหาย บุบ แตก ร้าว ผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรก
แต่ต้องสามารถแจ้งให้บริษัททราบถึง ลักษณะการเกิดเหตุ วัน เวลา และสถานที่ได้อย่างชัดเจน
http://www.oic.or.th/th/rule/RegisCom/RegisCom_300652.pdf

ขอยกตัวอย่าง เพื่อเป็นประโยชน์กับ สมาชิกที่อาจประสบเหตุ
โดยมิได้มีเจตนาให้เกิดการทุจริต(การแจ้งเคลมเท็จ)ครับ

คุณ ก.ไก่ ขณะขับรถลอดใต้สะพานทางข้าม ทันใดนั้น มีวัตถุตกจากบนสะพานทางข้ามซึ่งอยู่ด้านบน
(มีรถวิ่งไป-มาตลอดเวลา) นาย ก.ได้ยินเสียงดังกระทบที่กระจกหน้า และกระโปรงหน้ารถ
พบว่ามีรอยบุบที่กระโปรงรถ และรอยแตกที่กระจกหน้า จึงแจ้งไปยังบริษัทประกันภัย
เมือพนักงานเคลมมาถึงที่เกิดเหตุ ออกใบเคลมให้พร้อมกับแจ้งว่ามีส่วนร่วมแรก

ก่อนนาย ก.นำรถเข้าซ่อม คุณ ก.ไก่ ได้โทรมาสอบถาม ผมจึงได้คุยกับฝ่ายสินไหม
โดยอ้างถึงคำสั่งนายทะเบียนเลขที่ 11/2552 ข้อ 4 ตัวอย่างที่ 2 (หน้า 80)
ตามลิ้งค์ http://www.oic.or.th/th/rule/RegisCom/RegisCom_300652.pdf
สุดท้าย ฝ่ายสินไหมได้ยกเว้นการเรียกเก็บส่วนร่วม คุณ ก.ไก่ ครับ



This post has been edited by mr.prakanpai: Feb 20 2012, 09:30 PM
User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post
mr.prakanpai
post Nov 19 2008, 11:34 AM
Post #5


มือใหม่หน้าใส


Group: Members
Posts: 115
Joined: 22-September 07
Member No.: 5,413
Time Spent:
9d 8h 38m 19s
เพศ: Male
ใช้รถ Mazda 3: No
รุ่นของรถ: 2.0R 5 doors Maxx Sport (S/R)
สีรถ: Diamond White



.....วิธีตรวจสอบสอบความน่าเชื่อถือของตัวแทน และนายหน้าครับ ทุกวันนี้การตลาดสามารถทำให้ผู้บริโภคเชื่อได้ง่าย ลองมาดูกันนะครับ ว่ามีตัวแทน หรือนายหน้ามืออาชีพ ควรพิจารณาเรื่องอะไรบ้าง

1. มีหน้าร้าน มีหลักแหล่ง เป็นที่ประกอบอาชีพชัดเจนถาวร เพราะคนที่รักในอาชีพ ย่อมมีการลงทุน เพื่อความมั่นคงถาวร ไม่ฉาบฉวย

2. ทำเป็นอาชีพหลัก หรือทำเป็นงานไซค์ไล เป็นอาชีพเสริม เพราะคนที่มีอาชีพหลักเพียงอย่างเดียว มีความเป็นไปได้ที่จะจริงจังมากกว่า
ที่จะลองถูกลองผิด สุดท้ายก็อาจทิ้งกันไป

3. ได้รับมอบอำนาจจากบริษัทประกันภัย ให้รับเบี้ยประกันภัยหรือไม่ เพราะบริษัทจะออกหนังสือให้กับตัวแทน หรือนายหน้า ที่ผ่านการคัดเลือก
และมีหลักทรัพย์ค้ำประกันแล้ว ก็มีความมั่นใจได้ว่า สิ่งที่ตัวแทน หรือนายหน้ากระทำ บริษัทจะปฏิเสธ หรือไม่รับรู้ไม่ได้ครับ บริษัทต้องรับผิดชอบในฐานะผู้กระทำ
จึงมีความน่าเชื่อถือที่มากกว่าแน่นอน

4. เป็นตัวแทน นายหน้าตรง หรือแค่เป็นแค่ตัวแทนช่วง ๆ (ไม่ได้รับการแต่งตั้งตรงจากบริษัทประกัน) ถ้าเป็นช่วง ๆ ก็อาจมีปัญหา
ไม่ว่าจะประสานงาน หรือเวลาเกิดสินไหม จะหาคนมาดูแลยากมาก ๆ ครับ

5. มีความรู้ ความเข้าใจ และความสามารถในอาชีพได้ดีแค่ไหน ข้อนี้ผู้เอาประกันภัยที่ไม่เคยเกิดเหตุ หรือมีสินไหมหนัก ๆ จะไม่เคยมองเลย
แต่คนที่เคยมีประสบการณ์ จะรู้ว่าเป็นทุกข์มาก ถ้ามีคนให้คำปรึกษาหรือช่วยประสานงาน คงเบาภาระได้มากมายครับ

.....หวังว่า 5 วิธีการนี้ คงจะช่วยให้ท่านได้ตัวแทน หรือนายหน้าที่ดีดีไว้บริการนะครับ ทุกวันนี้คนที่ต้องการจะขาย มีมากมาย
แต่คนที่มีมากกว่าแค่การขายเพียงอย่างเดียวก็มี แต่มีน้อยกว่าครับ


This post has been edited by mr.prakanpai: Jun 4 2011, 03:05 PM
User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post
mr.prakanpai
post Dec 4 2008, 06:31 PM
Post #6


มือใหม่หน้าใส


Group: Members
Posts: 115
Joined: 22-September 07
Member No.: 5,413
Time Spent:
9d 8h 38m 19s
เพศ: Male
ใช้รถ Mazda 3: No
รุ่นของรถ: 2.0R 5 doors Maxx Sport (S/R)
สีรถ: Diamond White



เราพร้อมให้บริการประกันภัยประเภทต่าง ๆ ดังนี้

1. ประกันภัยรถยนต์ (Motor Ins)
ภาคสมัครใจ ประเภท 1, 2, 3, 4 และ 5 (Voluntary)
ภาคบังคับ พ.ร.บ. (Compulsory)

2. ประกันอัคคีภัย (Fire Ins)

3. ประกันภัยมารีน และการขนส่ง (Marine and Cargo Ins)
การขนส่งทางทะเล (Marine Transit)
การขนส่งทางบก (Inland Transit)
การขนส่งทางอากาศ (Aviation Transit)

4. ประกันเบ็ดเตล็ด (Miscellaneous Ins)
ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (Personal Accident Ins) รายเดี่ยว และกลุ่ม
ประกันภัยอุบัติเหตุเดินทาง (Travel Accident Ins) ในประเทศ และทั่วโลก
ประกันภัยกอล์ฟ (Golf Ins)
ประกันการสุขภาพ (Health Ins)
ประกันภัยโจรกรรม (Burglary Ins)
ประกันภัยสุนัข (Dog Insurance)
ประกันภัยความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ (Product Liability Insurance)
การประกันภัยความรับผิดทางวิชาชีพ (Professional Liability Insurance)
ประกันภัยความรับผิดต่อสาธารณชน (Public Liability Insurance)
การประกันความรับผิดตามกฎหมายฯ ของผู้ตรวจสอบอาคาร
การประกันภัยเบ็ดเตล็ดคุ้มครองทรัพย์สินด้านงานประกันภัยวิศวกรรม (Engineering Insurance)

This post has been edited by mr.prakanpai: Nov 2 2009, 06:59 PM
User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post
mr.prakanpai
post Dec 6 2008, 04:01 PM
Post #7


มือใหม่หน้าใส


Group: Members
Posts: 115
Joined: 22-September 07
Member No.: 5,413
Time Spent:
9d 8h 38m 19s
เพศ: Male
ใช้รถ Mazda 3: No
รุ่นของรถ: 2.0R 5 doors Maxx Sport (S/R)
สีรถ: Diamond White



มีเพื่อน FW มาครับ

เมื่อเจ็บป่วยฉุกเฉิน นอกจากช่วยเหลือตนเองแล้ว ขณะนี้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้จัดระบบช่วยเหลือผู้ประสบภาวะเจ็บป่วยฉุกเฉินดังกล่าวนี้ เพียงกดโทรศัพท์ไปที่ หมายเลข 1669 จะมีคำ แนะนำ ให้และหากจำเป็นจะมีหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินไปช่วยเหลือคุณถึงที่เกิดเหตุ ( ฟรี) ซึ่งขณะนี้เราจัดได้เกือบทุก ที่ทั่ว ประเทศไทย ตลอด ๒๔ ชั่วโมงทั้งวันทำการและวันหยุดแล้ว

ป่วยฉุกเฉินโทรหมายเลข * 1669


ส่งต่อไปให้ทราบทั่วๆ กันด้วยครับ จักเป็นพระคุณยิ่ง

นพ. สุรจิต สุนทรธรรม

ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

This post has been edited by mr.prakanpai: Jan 14 2009, 08:01 PM
User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post
mr.prakanpai
post Dec 9 2008, 09:56 PM
Post #8


มือใหม่หน้าใส


Group: Members
Posts: 115
Joined: 22-September 07
Member No.: 5,413
Time Spent:
9d 8h 38m 19s
เพศ: Male
ใช้รถ Mazda 3: No
รุ่นของรถ: 2.0R 5 doors Maxx Sport (S/R)
สีรถ: Diamond White



เรายินดีเป็นทางเลือกที่ยืดหยุ่นกว่า โดย

- มอบความคุ้มค่าที่ดีที่สุด ด้วยทีมงานมืออาชีพ ประสานสินไหมได้
- พร้อมเสนอแบบประกัน ที่หลากหลาย ตามความต้องการเป็นรายบุคคล
- เป็นนายหน้าที่มีทะเบียนถูกต้อง ได้รับมอบอำนาจจากบริษัทประกันภัยโดยตรง

ประกันไทยดอทคอม ทะเบียนเลขที่ 5104000004
เลขที่ 88/145 ม.7 ต.บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี 11130
มือถือ: 081-631-9989. 083-887-9989.
โทรศัพท์: 02-459-2218 โทรสาร: 02-459-2223 E-mail: mr.prakanpai@gmail.com
www.prakanthai.com
https://www.facebook.com/mr.prakanpai?ref=b...48.html。

This post has been edited by mr.prakanpai: Aug 28 2014, 10:54 PM
User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post
mr.prakanpai
post Dec 11 2008, 09:13 AM
Post #9


มือใหม่หน้าใส


Group: Members
Posts: 115
Joined: 22-September 07
Member No.: 5,413
Time Spent:
9d 8h 38m 19s
เพศ: Male
ใช้รถ Mazda 3: No
รุ่นของรถ: 2.0R 5 doors Maxx Sport (S/R)
สีรถ: Diamond White



เรายินดีเป็นทางเลือกที่ยืดหยุ่นกว่า โดย

- มอบความคุ้มค่าที่ดีที่สุด ด้วยทีมงานมืออาชีพ ประสานสินไหมได้
- พร้อมเสนอแบบประกัน ที่หลากหลาย ตามความต้องการเป็นรายบุคคล
- เป็นนายหน้าที่มีทะเบียนถูกต้อง ได้รับมอบอำนาจจากบริษัทประกันภัยโดยตรง

ประกันไทยดอทคอม ทะเบียนเลขที่ 5104000004
เลขที่ 88/145 ม.7 ต.บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี 11130
มือถือ: 081-631-9989. 083-887-9989.
โทรศัพท์: 02-459-2218 โทรสาร: 02-459-2223 E-mail: mr.prakanpai@gmail.com
www.prakanthai.com
https://www.facebook.com/mr.prakanpai?ref=br_rs

This post has been edited by mr.prakanpai: Aug 28 2014, 10:54 PM
User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post
insurecenter
post Dec 12 2008, 01:17 PM
Post #10





Group: Members
Posts: 0
Joined: 11-December 08
Member No.: 11,061
Time Spent:
0d 9h 46m 44s
เพศ: Male
ใช้รถ Mazda 3: Yes
รุ่นของรถ: n/a
สีรถ: n/a



APF ชี้วิกฤติ ศก.ไม่กระทบประกัน ผู้บริโภคยังเห็นความสำคัญ

APF ชี้วิกฤติ ศก.ไม่กระทบประกัน ผู้บริโภคยังเห็นความสำคัญลดความเสี่ยง

เอพีเอฟประกันภัยมองต่างมุม เชื่อปี 52 ประกันไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจ-การเมือง เหตุคนไทยยังเห็นความสำคัญของการทำประกันเพื่อลดความเสี่ยงให้กับครอบครัว ชี้ท่ามกลางความไม่แน่นอน ทุกฝ่ายต้องเร่งรณรงค์ให้คนตระหนักถึงความเสี่ยงกระทุ้งทำประกันเพิ่ม มั่นใจกฎเกณฑ์ใหม่จาก คปภ.ทำให้บริษัทแข็งแกร่งมากขึ้น ส่วนการแข่งขันด้านราคาเบี้ยยังรุนแรงเหมือนเดิม ยึดนโยบายรับงานคุณภาพ มุ่งพัฒนาประกันสิทธิภาพบริการ ยอมรับปัจจัยลบยังมีอยู่ทั้งวิกฤติซับไพร์ม ความเสี่ยงด้านการลงทุน ทำให้อัตราเติบโตไม่หวือหวา

นายวรศักดิ์ เกรียงโกมล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอพีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล อินชัวร์รันส์ จำกัด หรือ APFII เปิดเผยว่า ในปี 2552 นี้ ธุรกิจประกันภัยจะมีความเข้มแข็ง การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตามกฎเกณฑ์ใหม่ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จะเริ่มบังคับใช้ รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของสังคมที่หันมาให้ความสำคัญกับความมั่นคงของครอบคร
ัวผ่านกลไกของการประกันภัยมากขึ้น เพื่อเป็นการลดภาระความเสี่ยงในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ

“ปัจจุบันจะเห็นว่ามีการสร้างรากฐานความเข้าใจให้ประชาชนเห็นถึงประโยชน์ของการทำประ
กันภัยว่าเป็นสิ่งจำเป็น เสมือนกับเป็นปัจจัยที่ 5 ของชีวิต ที่พยายามชี้ให้เห็นถึงหลักในการทำประกันภัย คือ การรับประกันความเสี่ยงของภัยที่จะเกิดขึ้นในอนาคตที่เราไม่สามารถคาดการณ์ได้ ยิ่งทำให้ประชาชนเห็นถึงประโยชน์ดังกล่าวมากยิ่งขึ้น ทำให้เชื่อว่าไม่ว่าภาวะเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรก็คงไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจประกันภัยม
ากนัก”

อย่างไรก็ตาม สภาวะเศรษฐกิจไทยมีความไม่แน่นอนจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกที่กำลังลุกลามไปยังประเทศต่าง
ๆ ภัยแล้ง ภัยน้ำท่วม ผลกระทบจากธรณีพิบัติ ความไม่สงบใน 3 จังหวัดภาคใต้ และการเมือง ยิ่งต้องเร่งรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงความเสี่ยงภัยต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นแก่ตนเอง และสนใจที่จะทำประกันภัยกันมากขึ้น

“ในส่วนของเรายอมรับว่า ปีหน้าธุรกิจประกันวินาศภัยยังคงมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะด้านราคา แต่บริษัทยังคงยึดนโยบายรับงานที่มีคุณภาพ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการเพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการที่ดีที่
สุด เราคงไม่ไปแข่งขันทางด้านราคาเพราะไม่ใช่คำตอบที่ผู้บริโภคต้องการ”

นายวรศักดิ์ กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่ผู้บริโภคมั่นใจกับเอพีเอฟประกันภัยได้ คือ บริษัทมีความมั่นคง ฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง มีการจัดการด้านการบริหารความเสี่ยง ทั้งปฏิบัติการและด้านเครดิต ให้ความสำคัญกับระบบการควบคุมภายใน ทั้งการควบคุมทางการเงิน การดำเนินงาน การกำกับดูแลการปฏิบัติงาน มีฝ่ายตรวจสอบภายใน ซึ่งทำหน้าที่ในการตรวจสอบการปฏิบัติตามระบบการควบคุมภายในที่เข้มงวด ภายใต้กฎเกณฑ์เดียวกับบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

โดยปัจจัยบวกในปี 2552 คือ การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง และการเมืองภายในประเทศน่าจะเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าปัจจัยลบ คือ ปัญหาซับไพร์ม (Sub-prime) ในสหรัฐฯ ที่ยังไม่จบ ทำให้บริษัทต้องระวังโดยเฉพาะการขยายตลาดและการลงทุน รวมไปถึงความเสี่ยงด้านอื่นๆ เช่น ความเสี่ยงด้านการประกันภัย เป็นต้น จึงคาดว่าในปี 2552 บริษัทคงเติบโตแบบไม่หวือหวา แต่จะเติบโตอย่างยั่งยืน

เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เอพีเอฟประกันภัยเพิ่งเพิ่มทุนจดทะเบียนก้อนใหม่อีก 50 ล้านบาท ชำระแล้วเต็มจำนวนหลัง จากเมื่อสิงหาคมเพิ่มทุนรอบแรกไปแล้ว จำนวน 157 ล้านบาท ทำให้ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วทั้งสิ้น 527 ล้านบาท โดยเงินเพิ่มทุนรอบใหม่ 50 ล้านบาท ทางบริษัทคาดว่าจะเพียงพอรองรับการขยายธุรกิจไปจนถึงเดือนมีนาคม 2552 ก่อนจะเพิ่มทุนอีกครั้งโดยบริษัทเตรียมเงินเพิ่มทุนไว้ 300 ล้านบาท รวม 50 ล้านบาท ที่เพิ่งเติมเข้าไปเพื่อรองรับการขยายธุรกิจในช่วงสิ้นปีและปีหน้า

นายวรศักดิ์ กล่าวว่า เงินเพิ่มทุน 50 ล้านบาท สามารถรองรับเบี้ยประกันภัยได้กว่า 100 ล้านบาท ซึ่งในรอบ 9 เดือนปีนี้ บริษัทมีเบี้ยรับตรงประมาณ 20 ล้านบาท โดยในไตรมาสสี่ปีนี้ตั้งเป้าหมายเบี้ยรับตรง 55 ล้านบาท แบ่งเป็นเบี้ยประกันรถยนต์ 35 ล้านบาท และเบี้ยประกันไม่ใช่รถยนต์ (นอน มอเตอร์) 35 ล้านบาท รวมปีนี้จะมีเบี้ยรับตรงประมาณ 75 ล้านบาท

สำหรับในปีหน้า นายวรศักดิ์ กล่าวว่า ตั้งเป้าหมายเบี้ยรับตรง 600 ล้านบาท แบ่งเป็นเบี้ยรถยนต์ 500 ล้านบาท และเบี้ยนอน มอเตอร์ 100 ล้านบาท โดยประกันรถยนต์จะมาจากลูกค้านอกเครือเอพีเอฟทั้งหมด ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้ซื้อตัวมือบริหารที่มีความเชี่ยวชาญประกันรถยนต์เข้ามาเสริมห
ลายคน ซึ่งการขยายตลาดประกันรถยนต์จะเน้นผ่านช่องทางไฟแนนซ์ ลีสซิ่งเป็นหลัก มีอยู่ประมาณ 10 กว่าแห่ง ส่วนใหญ่เป็นพันธมิตรเดิม ไม่เน้นขยายงานผ่านตัวแทน นายหน้า ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีตัวแทน นายหน้า ขึ้นทะเบียนประมาณ 100 คน ในจำนวนนี้เป็นคนแอ็กทีฟประมาณ 20-30 คน

http://www.siamturakij.com/

ที่มาของข่าว :: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 955 10-12 ธ.ค. 2551
User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post
insurecenter
post Dec 13 2008, 11:38 AM
Post #11





Group: Members
Posts: 0
Joined: 11-December 08
Member No.: 11,061
Time Spent:
0d 9h 46m 44s
เพศ: Male
ใช้รถ Mazda 3: Yes
รุ่นของรถ: n/a
สีรถ: n/a



รัฐปัดยืดคุ้มครองยาว กธ.สุขภาพแลกเปลี่ยนลดหย่อนภาษีประกัน

สรรพากรได้ฤกษ์ยอมไฟเขียวประกันชีวิตขายกรมธรรม์ TAX ตามเงื่อนไขใหม่ที่กำหนด ขณะที่ผู้เอาประกันเศร้าถูกเฉือนวงเงินใช้สิทธิ์หักลดหย่อนภาษี 1 แสนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อสรรพากรระบุอ้างกฎหมายให้ได้เฉพาะประกันชีวิตเท่านั้น แม้ทั้ง 2 สมาคมประกันฯ ยอมเสี่ยงขาดทุน เสนอแพ็กเกจใหม่ต่อรองก็ไม่เป็นผล ทั้งๆ ที่เอกชนยอมยืดขายความคุ้มครองประกันสุขภาพยาวออกไปเป็น 5 ปี ยัน 10 ปี แทนที่ปัจจุบันจะคุ้มครองปีต่อปีแล้วเลิกสัญญาทันที เมื่อเกิดโรคร้ายกลางคัน

หลังจากกรมสรรพากรดองเรื่องอยู่นานกับการพิจารณาทบทวนเพื่อหาหลักเกณฑ์ใหม่สำหรับกรม
ธรรม์ประกันชีวิตบางแบบที่ผู้เอาประกันไม่สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ 100,000 บาท ภายหลังจากเกิดปัญหาบางบริษัทประกันชีวิตหัวใสใช้วงเงินหักลดหย่อนภาษีดังกล่าวเป็นช
่องทางตลาดทำมาหากินในทางผิดหลักการกรมสรรพากรนั้น ในที่สุดกรมสรรพากรก็ได้ข้อยุติในหลักการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากเมื่อวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา นายสาธิต รังคสิริ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมสรรพากรได้เรียกประชุมร่วมกับผู้แทนจากคณะกรรมการบริหารสมาคมประกันชีว
ิตไทย และสมาคมประกันวินาศภัย กระทั่งได้ข้อสรุปเห็นชอบร่วมกันที่จะใช้หลักเกณฑ์ใหม่เพื่อกำหนดทิศทางให้บริษัทประ
กันภัยขายกรมธรรม์ประเภทใดที่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้

ต่อเรื่องนี้ นายสาธิต รังคสิริ โฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีการพูดคุยกับภาคเอกชนทั้งสองสมาคมฯ ได้มีข้อสรุปเห็นชอบร่วมกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า กรมธรรม์ประกันชีวิตที่จะสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ต้องเป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีระยะเวลาคุ้มครองยาว 10 ปีขึ้นไป และเป็นกรมธรรม์ที่มีการจ่ายเงินคืนผลประโยชน์ตอบแทนระหว่างปีกรมธรรม์ประกันภัย (Cash Bonus) เฉลี่ยไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันรายปี หากไม่มีการจ่ายเงินคืนในปีใด สามารถนำผลตอบแทนดังกล่าวมาสะสมยอดเพื่อจ่ายในปีต่อไปได้ แต่ไม่เกิน 10 ปี

สำหรับกรณีเบี้ยประกันจากสัญญาแนบท้ายกรมธรรม์ หรือเบี้ยจากส่วนของอนุสัญญาเพิ่มเติม (Rider) นั้นจะต้องมีการแยกบัญชีออกมาอย่างชัดเจน โดยกรมสรรพากรจะไม่อนุญาตให้นำส่วนนี้มาใช้ในการหักลดหย่อนภาษีได้ โดยบริษัทประกันชีวิตจะต้องแยกออกมาให้ชัดเจนว่าเป็นส่วนของเบี้ยประกันชีวิตเท่าไหร
่ และเป็นของสัญญาแนบท้ายหรืออนุสัญญาที่เกี่ยวกับประกันสุขภาพหรือพีเอเท่าใด เพื่อให้ทราบว่าผู้เอาประกันจะสามารถนำกรมธรรม์หลักมาใช้หักลดหย่อนภาษีเท่าใด โดยหลักเกณฑ์นี้คงจะไม่มีผลให้เรียกภาษีย้อนหลังคืนกับผู้ที่ทำประกันที่ได้รับการหั
กลดหย่อนภาษีไปแล้ว แต่จะมีผลปฏิบัติทันทีที่ประกาศใช้ และกรมธรรม์รายใหม่ที่ผู้เอาประกันซื้อ

ทั้งนี้ข้อสรุปดังกล่าวคงจะนำเสนอให้ท่านอธิบดีกรมสรรพากรรับทราบและลงนามก่อนประกาศ
ใช้ต่อไป

นายสาธิต ยังกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่บริษัทประกันชีวิตหรือบริษัทประกันวินาศภัยจะต่อรองขยายวงเงินคุ้มครองปร
ะกันสุขภาพให้ยาวออกไปเป็น 5 ปี หรือ 10 ปี เพื่อเป็นเงื่อนไขมาแลกกับการขอสิทธิ์ในการหักลดหย่อนภาษีนั้นคงไม่สามารถกระทำได้ แม้จะส่งผลดีต่อผู้เอาประกันได้รับประโยชน์ อีกทั้งเป็นการกระตุ้นการทำประกันชีวิตก็ตามที ทั้งนี้ เนื่องจากในหลักกฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่า กรมธรรม์ประกันชีวิตเท่านั้นที่จะสามารถนำมาใช้หักลดหย่อนภาษีได้ตามกฎหมาย ส่วนการประกันสุขภาพไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิ์นี้

แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบการธุรกิจประกันภัย กล่าวว่า ทาง คปภ.และผู้แทนสมาคมฯ ได้พยายามอย่างเต็มที่ในการชี้แจงทำความเข้าใจให้กับทางกรมสรรพากรรับทราบแล้ว แต่ทางกรมสรรพากรยังยืนกรานออกมาอย่างนี้ก็คงช่วยไม่ได้ ทั้งๆ ที่บริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัยยอมเสี่ยงขาดทุน เพื่อขยายระยะเวลาของอนุสัญญาหรือสัญญาแนบท้าย หรือกรมธรรม์ประกันสุขภาพให้คุ้มครองยาวขึ้นแล้วก็ตาม ซึ่งปกติแล้วการประกันสุขภาพจะมีเงื่อนไขคุ้มครองเพียงปีต่อปี หากลูกค้าเกิดเหตุล้มป่วยด้วยโรคร้ายแรงใดก็ตาม บริษัทประกันชีวิตย่อมสามารถหยุดรับประกันต่อ โดยรักษาผู้เอาประกันจนครบสัญญาหนึ่งปีย่อมสามารถบอกเลิกสัญญาได้

http://www.sumret.com/

ที่มาของข่าว :: นสพ.เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 144 16-31 พ.ย. 2551
User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post
insurecenter
post Dec 13 2008, 05:10 PM
Post #12





Group: Members
Posts: 0
Joined: 11-December 08
Member No.: 11,061
Time Spent:
0d 9h 46m 44s
เพศ: Male
ใช้รถ Mazda 3: Yes
รุ่นของรถ: n/a
สีรถ: n/a



รื้อลงทุนประกันยกใหญ่ ผวาเจ๊งหุ้น-ปล่อยสินเชื่อ

คปภ.ผวาประกันภัยเจ๊งลงทุนในตลาดหุ้น-ปล่อยสินเชื่อจนเสี่ยงหนี้สูญ เตรียมสังคายนากฎเหล็กลงทุนประกันชีวิตและประกันวินาศภัยยกใหญ่ เพื่อสอดรับสถานการณ์วิกฤตการเงินโลกลามกระทบไทย เล็งหั่นสัดส่วนลงทุนหุ้นในตลาดจากเดิมไม่เกิน 20% ลงเหลือไม่เกิน 5% หรือ 10% สกัดบริษัทหน้ามืดเหมือนเซียนพนัน ถมเงินกองทุนช้อนซื้อหุ้นหวังทำกำไร จนท้ายสุดหมดตัวหากตลาดหุ้นดิ่งเหวหนักกว่านี้ ขณะเดียวกันเตรียมตัดประเภทการลงทุนปล่อยสินเชื่อเหลือ 0% สอดรับสถานการณ์แบงก์พาณิชย์งดปล่อยกู้ หวั่นหนี้เสียพุ่งเดินตามรอยซับไพรม์สหรัฐฯ

แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบการธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากผลพวงวิกฤตการเงินโลกลามกระทบตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงกราวรูด กระทั่งฉุดตลาดหุ้นไทยดัชนีร่วงลงจากดัชนี 700 จุด ลงมาเหลือ 300 กว่าจุดที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อมูลค่าหุ้นในพอร์ตลงทุนของบรรดาบริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศ
ภัยลดลง ซึ่งล่าสุด นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการ คปภ. ได้เตรียมจะพิจารณาปรับเงื่อนไขในประกาศว่าด้วยการลงทุนในแต่ละประเภทของบริษัทประกั
นชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัยในหลายรายการเสียใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากระทบต่อสภาพคล่องของธุรกิจประกันภัยโดยรวม หลังจากพบว่ามีบริษัทประกันฯ หลายแห่งนำเงินกองทุนเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นสูงมาก

โดยเฉพาะตัวอย่างเห็นได้ชัดจากกรณีของบริษัท วิริยะประกันภัย ได้ประสบปัญหาการลงทุนตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ประสบภาวะผันผวนจนทำให้มูลค่าการลงทุนในตลาดหุ้นด้อยค่าลงกว่า 300 ล้านบาท จากมูลค่าหุ้นทั้งหมดที่ลงไปทั้งหมด 2,000 ล้านบาท กระทั่งทำให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นต้องมีมติเพิ่มทุนอีก 300 ล้านบาท เพื่อนำมาชดเชยส่วนนี้ เพื่อเติมความแข็งแกร่งของเงินกองทุนเพื่อให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น หรือกระทั่งบริษัท กรุงเทพประกันภัย ที่ประสบปัญหามูลค่าหุ้นที่ลงทุนด้อยค่าไปเช่นกัน

ทั้งนี้ คปภ.กำลังหาข้อสรุปว่าจะปรับลดสัดส่วนประเภทการลงทุนในหุ้นกันอยู่ว่าอยู่ที่จุดใดดี ซึ่งอาจจะปรับลดเพดานลงจากปัจจุบันที่กำหนดไว้ให้ลงทุนได้ไม่เกิน 20% ของสินทรัพย์รวม เป็น 5% หรือไม่ก็ 10% ของสินทรัพย์รวมก็ได้ ซึ่งแต่เดิม คปภ.จะตีว่าการลงทุนประเภทหุ้นดังกล่าวเป็นทรัพย์สินสภาพคล่อง แต่เมื่อถึงจุดที่ทำให้บริษัทประกันภัยเสียหาย ทาง คปภ.ก็คงจะปรับหลักการใหม่ให้ถือทรัพย์สินสภาพคล่องและต้องมีความปลอดภัยร่วมด้วย ทั้งนี้ คปภ.อาจจะไปปรับเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในประเภทการลงทุนสั้นๆขึ้นมาหน่อย ซึ่งอาจจะปรับสัดส่วนการลงทุนประเภทนี้ให้มากขึ้น อาทิเช่น ตั๋วเงินคลังซึ่งปกติอายุไม่เกินหนึ่งปีอยู่แล้ว ซึ่งปัจจุบันตั๋วเงินคลังมีหมุนเวียนในตลาดนับหลายแสนล้านบาททีเดียว

แหล่งข่าวจาก คปภ.กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ คปภ. กำลังมีแนวคิดอยู่ว่าอาจจะต้องมีการตัดประเภทการลงทุนปล่อยสินเชื่อของธุรกิจประกันภ
ัยให้เป็น 0% จากปัจจุบันที่กำหนดเพดานสูงสุดปล่อยกู้ได้ไม่เกิน 30% ของสินทรัพย์รวม ซึ่งจะสอดรับการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวลง อีกทั้งธนาคารพาณิชย์ต่างๆพยายามงดปล่อยสินเชื่อ เนื่องจากเกรงจะกระทบต่อความเสี่ยงหนี้เสียเกิดขึ้น ดังนั้น คปภ.ย่อมต้องตัดไฟแต่ต้นลม โดยกำหนดมาตรการป้องกันไว้ก่อน เพื่อไม่ให้เกิดหนี้เสียเกิดขึ้นต่อธุรกิจประกันภัย ซึ่งมีตัวอย่างปรากฏให้เห็นแล้วก็คือ ปัญหาซับไพรม์ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ กระทั่งส่งผลกระทบลามถึงธุรกิจประกันภัย

ขณะเดียวกัน คปภ.อาจจะชะลอการลงทุนในต่างประเทศของธุรกิจประกันภัยออกไปสำหรับรายที่ขอใหม่ หรือไม่ก็ใช้วิธีปรับลดสัดส่วนการลงทุนลงมา โดยอาศัยอำนาจหรือความเห็นชอบของนายทะเบียนเป็นผู้พิจารณา โดยเฉพาะที่ผ่านมาธุรกิจประกันชีวิตได้เข้าไปลงทุนกระจัดกระจายในหุ้นกู้ พันธบัตรรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจของประเทศเกาหลี แอฟริกาใต้ เม็กซิโก หรืออเมริกาจำนวนมาก เนื่องจากเกรงว่าหากเกิดวิกฤตการเงินโลกกระทบต่อประเทศเหล่านี้เกิดขึ้นแล้ว อาจจะส่งผลกระทบให้พอร์ตลงทุนของธุรกิจประกันชีวิตได้รับความเสียหายเกิดขึ้นได้ โดยในอดีตได้ปรากฏตัวอย่างรัฐบาลของอาร์เจนตินาเมื่อหลายปีก่อนได้ล้มละลาย กระทั่งไม่จ่ายหนี้ให้ใครสักบาท

“คปภ.จำเป็นต้องป้องกันไว้ก่อนเพราะเงินที่นำไปลงทุนเหล่านั้นเป็นเงินของลูกค้า เมื่อบริษัทเก็บตังค์ลูกค้ามา มีส่วนลดให้ลูกค้าหรือเปล่า ก็ไม่มี ดังนั้น เที่ยวเอาเงินไปลงทุนเสี่ยงๆ ถึงเวลาไม่มีเงินจ่ายคืนลูกค้า ลูกค้าไม่แย่กันเหรอ ขืนปล่อยให้บริษัทประกันที่ขาดทุนในหุ้นเกิดหน้ามืด เข้าไปช้อนซื้อหุ้นเพื่อหวังทำกำไร นำมาชดเชยพอร์ตหุ้นที่ขาดทุนไป หากตลาดหุ้นดิ่งเหวเข้าไปอีก ลูกค้ายิ่งเสียหายเข้าไปใหญ่ เพราะฉะนั้นเราถึงจะต้องคุมเข้มในเรื่องนี้” แหล่งข่าวรายนี้กล่าว

อนึ่ง สำหรับสินทรัพย์ลงทุนทั้งระบบของธุรกิจประกันชีวิตในปี 2550 มีจำนวน 775,563 ล้านบาท แยกเป็นลงทุนในพันธบัตร ตั๋วเงินคลัง และตั๋วสัญญาใช้เงิน หุ้นกู้ และเงินฝากสถาบันการเงิน สูงถึงประมาณ 623,909 ล้านบาท หรือคิดเป็น 80.45% ของสินทรัพย์ลงทุนทั้งหมด ขณะที่ตราสารทุนในส่วนหุ้นทุนมีจำนวน 67,781 ล้านบาท หรือคิดเป็น 8.7% ของสินทรัพย์ลงทุนทั้งหมด ส่วนหน่วยลงทุนและใบสำคัญแสดงสิทธิ์ (วอแรนท์) อยู่ที่ 2.4% หรืออยู่ที่ 18,649 ล้านบาท ขณะที่สินเชื่อและเงินกู้ยืมมีถึงจำนวน 65,224 ล้านบาท หรือคิดเป็น 8.4% เศษๆ

http://www.sumret.com/

ที่มาของข่าว :: นสพ.เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 144 16-31 พ.ย. 2551
User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post
insurecenter
post Dec 14 2008, 11:49 AM
Post #13





Group: Members
Posts: 0
Joined: 11-December 08
Member No.: 11,061
Time Spent:
0d 9h 46m 44s
เพศ: Male
ใช้รถ Mazda 3: Yes
รุ่นของรถ: n/a
สีรถ: n/a



เตือนภัยซื้อประกันรถสมัครใจระวัง! ตัวแทนตุ๋นขาย กธ.ปลอม

เตือนภัยคนทำประกันภัยรถยนต์ชั้นหนึ่งภาคสมัครใจ ระวังตกเป็นเหยื่อนายหน้าประกันภัยแสบต้มตุ๋นเอาไม่รู้ตัว ล่าสุด หนุ่มยโสธรโดนดีแล้ว เจอหัวใสเอากระดาษเปล่า A4 ถ่ายสำเนาหน้าตารางกรมธรรม์ประกันภัยปลอมอ้างชื่อ บริษัท มิตรแท้ฯ พร้อมกับระบุบาร์โค๊ดเอเชียสากลประกันภัย ใช้หากินกับประกันรถภาคสมัครใจ ขณะที่ผู้บริหารมิตรแท้ฯ แจ้งความดำเนินคดีแล้ว แจงบริษัทเพิ่งเจอแค่ 2-3 รายปลอมแปลง ชี้ใช้กระดาษ A4 ปลอมแปลงกรมธรรม์กำลังเกลื่อนวงการ ร้อนถึงสมาคมประกันวินาศภัยต้องตั้งทีมกฎหมายล่าตัวมิจฉาชีพจ้าละหวั่น

เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้สื่อข่าวได้รับร้องเรียนจาก นายสวัสดิ์ แสงฉวี อยู่บ้านเลขที่ 184 ม.4 ต.สวาท อ.เลิงนกกา จ.ยโสธร ว่า ตนเองได้รับความเสียหายจากการปลอมแปลงเอกสารกรมธรรม์ประกันภัยภาคสมัครใจของบริษัท มิตรแท้ประกันภัย ที่ซื้อจากร้านขายรถยนต์แห่งหนึ่งใน จ.ยโสธร มีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2551 - วันที่ 2 สิงหาคม 2552 ซึ่งได้รับทราบภายหลังว่าเป็นการกระทำของลูกจ้างของร้านขายรถแห่งนี้เป็นผู้ปลอมแปลง
เอกสาร โดยนำเอากระดาษเปล่า A4 มาทำการก๊อบปี้หน้าตารางกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถออกมาฉบับหนึ่ง จากนั้นได้กำหนดช่องรายการรายละเอียดชื่อ ที่อยู่ ขนาดรถยนต์ เลขทะเบียน เลขตัวถัง พร้อมระบุเงื่อนไขความคุ้มครองเป็นประกันรถยนต์ภาคสมัครใจเสร็จสรรพว่า รถเสียหาย และสูญหาย หรือไฟไหม้ จะได้คุ้มครองในวงเงิน 180,000 บาท

โดยในหน้าตารางกรมธรรม์ยังระบุถึงความคุ้มครองเพิ่มเติมถึงการประกันตัวผู้ขับขี่เป็
นลายมือเขียน ในวงเงิน 3 แสนบาท พร้อมกับมีลายเซ็นต์ผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทนายหน้าที่รับประกันภัยรายนี้อีกด้วย โดยจะมีช่องระบุจำนวนค่าเบี้ยประกันสุทธิอ้างอิงที่ตนเองจ่ายไปเป็นจำนวน 8,888 บาท ซึ่งตนเองไม่มีความรู้เรื่องนี้ดีพอจึงหลงเชื่อ และคิดว่าเป็นกรมธรรม์ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจแบบฟอร์มที่บริษัทประกันภัยทั่วไปออกให


กระทั่งต่อมาได้เกิดเอะใจ เมื่อเห็นข้อความหน้าตารางกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จึงได้นำความไปปรึกษากับผู้รู้และประกันภัยจังหวัด กระทั่งทราบต่อมาว่า ตนเองได้เสียรู้ตัวแทนหรือนายหน้ารายนี้เข้าแล้ว จึงได้นำความเข้าร้องทุกข์กับสำนักงานประกันภัยจังหวัดยโสธรซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนช
ื่อใหม่เป็นสำนักงาน คปภ.ถึงความเสียหายดังกล่าว

ทั้งนี้ นายสวัสดิ์ แสงฉวี ผู้เสียหาย ได้ฝากเตือนผู้ที่คิดจะซื้อหรือเอาประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจกับบริษัทประกันภัยใดๆ ในจังหวัดยโสธรควรจะระมัดระวังเรื่องนี้ให้ดี หากไม่มีความมั่นใจ ก่อนจะตัดสินใจทำประกันภัยควรจะปรึกษาจากผู้รู้หรือมีความชำนาญดีเสียก่อน มิฉะนั้นจะตกเป็นเหยื่ออย่างเช่นตนเอง

โดยในรายของกรมธรรม์ปลอมที่ตนเองประสบเหตุครั้งนี้ได้ทราบภายหลังว่ามีข้อพิรุธถึง 3-4 จุดด้วยกัน ก็คือ 1. มุมบนขวามือของกรมธรรม์จะมีเลขที่และบาร์โค๊ดติดอยู่ ซึ่งเป็นการอ้างอิงนำเอาบาร์โค๊ดของบริษัท เอเชียสากลประกันภัย มาใส่ แต่ตัวแทนนายหน้านี้กลับอ้างว่าเป็นกรมธรรม์ของบริษัทมิตรแท้ประกันภัย 2. รหัสบริษัทที่ระบุอักษรย่อเป็นภาษาอังกฤษเป็นลายมือเขียนเพียงอักษรย่อ 2 ตัว คือ MP ทั้งที่ข้อเท็จจริงแล้วหากเป็นบริษัท มิตรแท้ประกันภัยจริง จะต้องมีตัวอักษรย่อ 3 ตัวด้วยกัน คือ MIT 3. ตัวหน้าตารางกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถของแท้นั้นจะไม่ใช่ลักษณะเป็
นกระดาษ A4 ธรรมดาฉบับนี้ แต่จะต้องมีลายน้ำในตัวกรมธรรม์แฝงอยู่ด้วย

ต่อเรื่องนี้ นายอรัญ ศรีว่องไทย รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตรแท้ประกันภัย จำกัด ชี้แจงว่า ตนก็เพิ่งได้ทราบข่าวว่ามีการมีนำกระดาษเปล่า A4 มาถ่ายและปลอมแปลงเป็นกรมธรรม์ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจระบุอ้างอิงว่า บริษัท มิตรแท้ประกันภัย เป็นผู้รับประกันภัยมาเหมือนกัน เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะเป็นรายเดียวกันที่เกิดกับกรณีของ จ.ยโสธรนี้หรือไม่ ซึ่งขณะนี้บริษัทได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่แอบอ้างและปลอมแปลงเอกสารกรมธรรม์จนท
ำให้บริษัทมิตรแท้ฯ เสียหายไปแล้ว

ต่อข้อถามที่ว่า กรมธรรม์ปลอมทำนองนี้เกิดขึ้นกับบริษัทมิตรแท้ฯ มากน้อยขนาดไหน นายอรัญ กล่าวว่า เท่าที่ตนเห็นมีเพียง 2-3 รายที่เกิดขึ้นเท่านั้น โดยยังไม่มีจำนวนมากเท่าใด แต่ลักษณะการปลอมแปลงกรมธรรม์ทำนองนี้เกิดขึ้นกับวงการหมด ไม่ว่าจะเป็นทั้งบริษัท วิริยะประกันภัย หรือบริษัท กรุงเทพประกันภัย ที่เป็นบริษัทรับประกันรถยนต์ขนาดใหญ่ ซึ่งตอนนี้ทางชมรมนักกฎหมายของสมาคมประกันวินาศภัยกำลังตั้งทีมกฎหมายติดตามผลและดำเ
นินคดีเรื่องนี้กันอยู่

http://www.sumret.com/

ที่มาของข่าว :: นสพ.เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 144 16-31 พ.ย. 2551
User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post
insurecenter
post Dec 14 2008, 05:36 PM
Post #14





Group: Members
Posts: 0
Joined: 11-December 08
Member No.: 11,061
Time Spent:
0d 9h 46m 44s
เพศ: Male
ใช้รถ Mazda 3: Yes
รุ่นของรถ: n/a
สีรถ: n/a



โพลล์ชี้ ปชช.อยากเห็นคนไทยรักกัน




เอแบคโพลล์ เผยประชาชน 65.9% อยากได้คนกลางมาเป็นนายกฯ และ 57.7% ขออยู่ตรงกลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด

ดร. นพดล กรรณิการ์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัย เอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเรื่อง จุดยืนที่แตกต่างทางการเมืองกับอารมณ์ความรู้สึกที่หลากหลายต่อสถานการณ์ การเมืองไทยปัจจุบัน และนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศ กรณีศึกษาประชาชนที่ติดตามข่าวการเมืองเป็นประจำในเขตกรุงเทพมหานครและต่าง จังหวัด จำนวนทั้งสิ้น 3,231 ตัวอย่าง ระยะเวลาดำเนินโครงการระหว่าง 7 - 13 ธันวาคม 2551

จุดยืนทางการเมืองของ ประชาชนที่ติดตามข่าวการเมืองเป็นประจำล่าสุดพบส่วนใหญ่หรือร้อยละ 57.7 ขออยู่ตรงกลาง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด(พลังเงียบ) ขณะที่ ร้อยละ 30.1 สนับสนุนรัฐบาล(อดีตพรรคพลังประชาชน) และร้อยละ 12.2 ไม่สนับสนุนรัฐบาล

เมื่อสอบถามถึงความรู้สึกอยากให้ทุกฝ่ายยอมรับคำวินิจฉัยของคณะตุลาการศาลรัฐ ธรรมนูญ พบว่า ภาพรวมส่วนใหญ่หรือร้อยละ 66.3 มีความรู้สึกมาก ถึงมากที่สุดที่อยากให้ทุกฝ่ายยอมรับคำวินิจฉัยของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และเมื่อจำแนกตามจุดยืนทางการเมืองพบว่า ในกลุ่มคนที่สนับสนุนรัฐบาล (อดีต พปช.) ประมาณครึ่งหนึ่งหรือร้อยละ 49.6 มีความรู้สึกยอมรับระดับน้อยถึงไม่มีเลย แต่ร้อยละ 9.4 ยอมรับระดับปานกลาง และร้อยละ 41.0 ยอมรับระดับมาก ถึงมากที่สุด

นอกจากนี้ กลุ่มคนไม่สนับสนุนรัฐบาล และกลุ่มที่ขออยู่ตรงกลางเป็นพลังเงียบ ส่วนใหญ่ร้อยละ 96.4 และร้อยละ 73.0 ต่างก็อยากให้ทุกฝ่ายยอมรับคำวินิจฉัยของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญระดับมาก ถึง มากที่สุด

เมื่อถามถึง ระดับความเชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษ และกฎแห่งกรรม หลังมองสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน พบว่า ภาพรวมส่วนใหญ่หรือร้อยละ 83.6 มีความเชื่อระดับ มาก ถึง มากที่สุด และเมื่อจำแนกตามจุดยืนทางการเมือง พบว่า ทุกกลุ่มคือ กลุ่มสนับสนุนรัฐบาล ร้อยละ 78.5 กลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาล ร้อยละ 89.5 และกลุ่มพลังเงียบร้อยละ 84.9 ต่างก็มีความเชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษ และกฎแห่งกรรม ระดับมากถึงมากที่สุดเช่นเดียวกัน

แต่ ที่น่าเป็นห่วงคือ ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 69.7 มีความเครียดต่อสถานการณ์การเมืองปัจจุบันระดับมากถึงมากที่สุด และเมื่อจำแนกตามจุดยืนทางการเมืองแต่ละกลุ่ม พบว่า ประชาชนที่มีจุดยืนทางการเมืองทุกกลุ่มส่วนใหญ่กำลังเครียดต่อสถานการณ์การ เมืองปัจจุบัน โดยกลุ่มที่มีจำนวนคนที่เครียดมากที่สุดคือ กลุ่มสนับสนุนรัฐบาล อดีต พปช. คือมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 72.6 รองลงมาคือ กลุ่มพลังเงียบมีสัดส่วนร้อยละ 69.3 และ กลุ่มที่ไม่สนับสนุนรัฐบาลมีสัดส่วนร้อยละ 64.4 ที่ระบุความเครียดต่อสถานการณ์การเมืองระดับมาก ถึง มากที่สุด

เมื่อถามถึงความอยากให้จัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ พบว่า โดยภาพรวม เกือบครึ่งหรือร้อยละ 48.4 มีความอยากให้ตั้งรัฐบาลแห่งชาติระดับมากถึงมากที่สุด โดยได้เสียงสนับสนุนแนวคิดนี้จากกลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาลเป็นส่วนใหญ่คือร้อย ละ 74.3 และกลุ่มที่เป็นพลังเงียบ ร้อยละ 51.2 ส่วนกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาล (อดีต พปช.) ร้อยละ 32.7

ดร.นพดล กล่าวว่า มีประเด็นที่น่าสนใจ แต่ไม่แน่ใจว่าจะเป็นจริงได้หรือไม่ คือผลสำรวจพบว่า ประชาชนที่ถูกศึกษาส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.6 เลยทีเดียวที่อยากเห็น แกนนำ กลุ่ม นปช. และกลุ่มพันธมิตรฯ จับมือกันช่วยกันแก้ปัญหาวิกฤตของประเทศ และเมื่อจำแนกออกตามจุดยืนทางการเมือง ก็พบว่า ส่วนใหญ่ของทุกกลุ่มที่มีจุดยืนทางการเมืองแตกต่างกัน ต่างก็ต้องการให้ แกนนำกลุ่ม นปช. และกลุ่มพันธมิตร จับมือกันช่วยกันแก้ปัญหาวิกฤตของประเทศ โดยพบว่า กลุ่มพลังเงียบร้อยละ 85.0 กลุ่มสนับสนุนรัฐบาล (อดีต พปช.) ร้อยละ 78.9 และกลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาล ร้อยละ 72.2 ที่อยากเห็นแกนนำกลุ่มต่างๆ จับมือกันช่วยกันแก้ปัญหาวิกฤตของประเทศ

และที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 67.3 อยากให้มีการยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชนเลือกตั้งใหม่ ระดับมากถึงมากที่สุด โดยจำแนกออกตามกลุ่มสนับสนุนรัฐบาล อดีต พปช. ร้อยละ 53.3 กลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาลร้อยละ 84.7 และกลุ่มพลังเงียบร้อยละ 70.8 ที่อยากให้ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ระดับมากถึงมากที่สุด

นอกจากนี้ ส่วนใหญ่เช่นกันหรือร้อยละ 65.9 อยากให้มีคนกลางเป็นนายกรัฐมนตรี จัดการเลือกตั้งใหม่ แต่เมื่อจำแนกตามกลุ่มจุดยืนทางการเมือง กลับพบว่า กลุ่มสนับสนุนรัฐบาลอดีต พปช. ร้อยละ 46.5 ที่มีความอยากให้มีคนกลางเป็นนายกรัฐมนตรี จัดการเลือกตั้งใหม่ระดับมากถึงมากที่สุด ตรงกันข้ามกับกลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาล และกลุ่มพลังเงียบส่วนใหญ่หรือร้อยละ 87.5 กับร้อยละ 71.4 ที่มีความอยากให้มีนายกรัฐมนตรีคนกลาง ดูแลการเลือกตั้งใหม่ระดับมากถึงมากที่สุด

และที่น่าสนใจคือ ประชาชนที่ถูกศึกษาส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.8 อยากให้คนไทยรักกัน และเมื่อจำแนกออกตามกลุ่มจุดยืนทางการเมือง พบว่า ทุกกลุ่มส่วนใหญ่มีความต้องการไปในทิศทางเดียวกัน คือ กลุ่มสนับสนุนรัฐบาลร้อยละ 94.8 กลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาลร้อยละ 97.7 และกลุ่มพลังเงียบ ร้อยละ 95.9 มีความอยากให้คนไทยรักกันระดับมาก ถึงมากที่สุด


Tag (ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง): เอแบคโพลล์

โดย :โพสต์ทูเดย์ วัน อาทิตย์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2551 13:55 น.



User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post
insurecenter
post Dec 15 2008, 10:58 AM
Post #15





Group: Members
Posts: 0
Joined: 11-December 08
Member No.: 11,061
Time Spent:
0d 9h 46m 44s
เพศ: Male
ใช้รถ Mazda 3: Yes
รุ่นของรถ: n/a
สีรถ: n/a



"คปภ."คลอดเกณฑ์ตัวแทนส่งเบี้ย จัดรอบขายทุก15วัน-โอนเงินเข้าบริษัทรอบถัดไป

คปภ.เตรียมคลอดประกาศเก็บเบี้ย รับกฎ "คุ้มครองเมื่อจ่ายเบี้ย" กำหนดรอบขาย 15 วัน ตัวแทนนายหน้าต้องนำส่งเบี้ยไม่เกินรอบถัดไป ส่วนลูกค้าองค์กรให้เครดิตเทอม 15 วัน มั่นใจพร้อมใช้ต้นปีหน้า
นางสาวกาญจนา แสมขาว ผู้อำนวยการฝ่ายกำกับผลิตภัณฑ์ประกันภัย สำนักงาน คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า หลังจาก คปภ.ได้ประกาศใช้เกณฑ์การเริ่มคุ้มครองเมื่อจ่ายเบี้ย (Cash before Cover) ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้ในการซื้อกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2552 เป็นต้นไป และเพื่อให้การปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกัน บอร์ด คปภ.จะออกประกาศเก็บเบี้ย เพื่อกำหนดเงื่อนไขวิธีที่ตัวแทนและนายหน้าจะต้องส่งเบี้ยให้แก่บริษัท
สำหรับข้อกำหนดในประกาศเก็บเบี้ย ดังกล่าว นางสาวกาญจนากล่าวว่า จะมีการกำหนดรอบเวลารอบละ 15 วันในการขายกรมธรรม์ และตัวแทนนายหน้าต้องนำส่งเบี้ยที่ขายได้เข้าไปที่บริษัทภายในรอบเวลาถัดไป เช่น ยอดเบี้ยที่ตัวแทนนายหน้าขาย กรมธรรม์ได้ในช่วงวันที่ 1-15 ม.ค. ตัวแทนนายหน้าก็จะต้องส่งเบี้ยเข้าไปที่บริษัทภายในวันที่ 16-30 ม.ค. ซึ่งเป็นรอบเวลาถัดไป เป็นต้น
ทั้งนี้เมื่อผู้เอาประกันจ่ายเบี้ยให้แก่ตัวแทนนายหน้าแล้ว ตัวแทนนายหน้าจะต้องออกใบเสร็จรับเงินให้ทันที ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นความคุ้มครองแล้ว ส่วนกรมธรรม์ทางบริษัทจะเป็นผู้ส่งตามมาให้ในภายหลัง
ส่วนกรณีลูกค้าองค์กรธุรกิจที่ต้องการซื้อกรมธรรม์ ประกาศดังกล่าวจะให้เครดิตเทอมลูกค้าได้สูงสุด 15 วัน เพื่อดำเนินการด้านเอกสารและโอนเงินค่าเบี้ยประกันให้แก่ตัวแทนนายหน้าหรือบริษัทประ
กันโดยตรง ซึ่งกรณีนี้ความคุ้มครองจะเริ่มต้นตามที่ตกลงกันไว้ในสัญญา
"ประกาศเก็บเบี้ยที่มีรายละเอียดดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาของบอร์ค คปภ. แล้ว ซึ่งเตรียมจะเสนอให้ประธานบอร์ด คปภ.เป็นผู้ลงนาม และจะเริ่มบังคับใช้ได้ทันวันที่ 1 ม.ค.2552 ตามกำหนดอย่างแน่นอน โดยที่ผ่านมา คปภ. และสมาคมประกันวินาศภัยซึ่งเป็นภาคธุรกิจ ได้หารือและกำหนดรายละเอียดเงื่อนไขดังกล่าวร่วมกัน จึงมั่นใจว่าไม่น่าจะมีปัญหาในทางปฏิบัติมากนัก" นางสาวกาญจนากล่าว
ด้านนายวาสิต ล่ำซำ รองกรรมการผู้จัดการ บมจ.เมืองไทยประกันภัย กล่าวว่า บริษัทได้ปรับระบบการทำงานและปรับปรุงระบบคอมพิวเตอร์ในการเรียกเก็บเงินใหม่ โดยมีการนำระบบบาร์โค้ดมาใช้เพื่อช่วยให้กระบวนการทางเอกสารเป็นระบบและติดตามได้ง่า
ยขึ้น
ขณะที่การทำงานของตัวแทนนายหน้า ก็ต้องปรับเปลี่ยนบ้าง เพื่อให้เข้ากับระบบใหม่ รวมถึงต้องมีการวางหลักประกันของตัวแทนนายหน้าให้ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งต้อง ขึ้นอยู่กับมูลค่าเบี้ยที่ตัวแทนนายหน้าแต่ละรายจะขายได้

http://www.insure.co.th/news/news_detail.asp?id=385
ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 04 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4059
User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post
insurecenter
post Dec 15 2008, 05:36 PM
Post #16





Group: Members
Posts: 0
Joined: 11-December 08
Member No.: 11,061
Time Spent:
0d 9h 46m 44s
เพศ: Male
ใช้รถ Mazda 3: Yes
รุ่นของรถ: n/a
สีรถ: n/a



ชัยฟันธงประกันภัยปีหน้าโต 1%
“ชัย” คาดปีหน้าเบี้ยประกันภัยทั้งระบบโตแค่ 1.2% ต่ำสุดในรอบ 9 ปี

นายชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจประกันภัยในปี 2552 ไม่ค่อยดีนัก เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจโดยรวม คาดว่าเบี้ยประกันภัยทั้งระบบจะเติบโตประมาณ 1.2% จากปี 2551 ซึ่งอาจเติบโตต่ำที่สุดในรอบ 9 ปีที่ผ่านมา

“ในปี 2544-2548 อัตราการเติบโตของธุรกิจประกันภัยเฉลี่ยปีละ 12.7% ปี 2549 เพิ่มขึ้น 7.7% ปี 2550 เพิ่มขึ้น 5.6% และปี 2551 คาดว่าเบี้ยทั้งระบบจะเพิ่มขึ้น 4.5%” นายชัย กล่าว

ทั้งนี้ เนื่องจากเบี้ยประกันภัย ทุกประเภทจะลดลง โดยเฉพาะเบี้ยประกันภัยทางทะล คาดว่า จะลดลงประมาณ 15% ตามการลดลงของยอดการส่งออก เพราะตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกาและยุโรปลดการนำเข้าสินค้า ทำให้เบี้ยประกันภัยทางทะเลลดลงมาก

ขณะที่เบี้ยประกันอัคคีภัยจะทรงตัว เนื่องจากผู้ผลิตไม่มีการผลิตใหม่ ทุนประกันภัยก็จะลดลง ขณะที่สินค้าเก่าที่อยู่ในสต๊อก จะทำให้ราคาตลาดลดลงตามราคาน้ำมันที่ลดลง เช่น เหล็กมีราคา ลดลงเกือบ 50% เมื่อทุนประกันภัยลดลง ทำให้เบี้ยประกันภัยลดลงตามไปด้วย

สำหรับเบี้ยประกันภัยรถยนต์ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 2% เท่านั้น เนื่องจากมีการคาดว่ายอดขายรถยนต์ในปี 2552 จะลดลงประมาณ 15% รถที่ขายดีส่วนใหญ่จะเป็นรถขนาดเล็กซึ่งราคาไม่แพง ทำให้ได้เบี้ยประกันภัยเข้ามาไม่มากนัก ขณะที่รถเก่าที่มีอายุ 5 ปีขึ้นไป คาดว่าจะหันมาทำประกันภัยชั้น 3 มากขึ้น เพราะเบี้ยประกันต่ำ

นายชัย กล่าวว่า เบี้ยประกันภัยเบ็ดเตล็ดจะเพิ่มขึ้นประมาณ 2% เนื่องจากกำลังซื้อของประชาชนลดลง แม้ว่าจำนวนคนทำประกันภัยจะยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ประชาชนจะซื้อความคุ้มครองที่วงเงินความคุ้มครองต่ำลง การขยายตลาดผ่านโทรศัพท์ หรือเทเลมาร์เก็ตติง คงเพิ่มขึ้นได้ไม่มาก เนื่องจากตลาดเริ่มอิ่มตัว

“4-5 ปีที่ผ่านมา ประกันอุบัติเหตุและสุขภาพ มีเบี้ยเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 30% แต่ปี 2552 คาดว่าจะเพิ่มแค่ 10% เท่านั้น เพราะตลาดเริ่มอิ่มตัวแล้ว” นายชัย กล่าว

นายชัย กล่าวอีกว่า ปี 2552 ธุรกิจภาคการส่งออกและภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเคยนำรายได้เข้าสู่ประเทศจำนวนมาก และเป็นธุรกิจ ที่มีความเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจอื่นๆ จำนวนมาก เช่น ภาคการท่องเที่ยว จะเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจโรงแรม อาหาร เครื่องดื่ม บริการ ซบเซามาก ทำให้ธุรกิจอื่นๆ ซบเซา ซึ่งกระทบต่อรายได้ของภาคประชาชนในวงกว้าง ขณะที่ภาคการส่งออกจะเกี่ยวเนื่องจากับภาคการผลิต ทำให้กำลังซื้อของประชาชนส่วนใหญ่ลดลงทั้งประเทศ

http://www.posttoday.com/

ที่มาของข่าว :: เว็บไซต์ นสพ.โพสต์ทูเดย์ 15 ธ.ค. 2551


ชัยฟันธงประกันภัยปีหน้าโต 1%
“ชัย” คาดปีหน้าเบี้ยประกันภัยทั้งระบบโตแค่ 1.2% ต่ำสุดในรอบ 9 ปี

นายชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจประกันภัยในปี 2552 ไม่ค่อยดีนัก เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจโดยรวม คาดว่าเบี้ยประกันภัยทั้งระบบจะเติบโตประมาณ 1.2% จากปี 2551 ซึ่งอาจเติบโตต่ำที่สุดในรอบ 9 ปีที่ผ่านมา

“ในปี 2544-2548 อัตราการเติบโตของธุรกิจประกันภัยเฉลี่ยปีละ 12.7% ปี 2549 เพิ่มขึ้น 7.7% ปี 2550 เพิ่มขึ้น 5.6% และปี 2551 คาดว่าเบี้ยทั้งระบบจะเพิ่มขึ้น 4.5%” นายชัย กล่าว

ทั้งนี้ เนื่องจากเบี้ยประกันภัย ทุกประเภทจะลดลง โดยเฉพาะเบี้ยประกันภัยทางทะล คาดว่า จะลดลงประมาณ 15% ตามการลดลงของยอดการส่งออก เพราะตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกาและยุโรปลดการนำเข้าสินค้า ทำให้เบี้ยประกันภัยทางทะเลลดลงมาก

ขณะที่เบี้ยประกันอัคคีภัยจะทรงตัว เนื่องจากผู้ผลิตไม่มีการผลิตใหม่ ทุนประกันภัยก็จะลดลง ขณะที่สินค้าเก่าที่อยู่ในสต๊อก จะทำให้ราคาตลาดลดลงตามราคาน้ำมันที่ลดลง เช่น เหล็กมีราคา ลดลงเกือบ 50% เมื่อทุนประกันภัยลดลง ทำให้เบี้ยประกันภัยลดลงตามไปด้วย

สำหรับเบี้ยประกันภัยรถยนต์ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 2% เท่านั้น เนื่องจากมีการคาดว่ายอดขายรถยนต์ในปี 2552 จะลดลงประมาณ 15% รถที่ขายดีส่วนใหญ่จะเป็นรถขนาดเล็กซึ่งราคาไม่แพง ทำให้ได้เบี้ยประกันภัยเข้ามาไม่มากนัก ขณะที่รถเก่าที่มีอายุ 5 ปีขึ้นไป คาดว่าจะหันมาทำประกันภัยชั้น 3 มากขึ้น เพราะเบี้ยประกันต่ำ

นายชัย กล่าวว่า เบี้ยประกันภัยเบ็ดเตล็ดจะเพิ่มขึ้นประมาณ 2% เนื่องจากกำลังซื้อของประชาชนลดลง แม้ว่าจำนวนคนทำประกันภัยจะยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ประชาชนจะซื้อความคุ้มครองที่วงเงินความคุ้มครองต่ำลง การขยายตลาดผ่านโทรศัพท์ หรือเทเลมาร์เก็ตติง คงเพิ่มขึ้นได้ไม่มาก เนื่องจากตลาดเริ่มอิ่มตัว

“4-5 ปีที่ผ่านมา ประกันอุบัติเหตุและสุขภาพ มีเบี้ยเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 30% แต่ปี 2552 คาดว่าจะเพิ่มแค่ 10% เท่านั้น เพราะตลาดเริ่มอิ่มตัวแล้ว” นายชัย กล่าว

นายชัย กล่าวอีกว่า ปี 2552 ธุรกิจภาคการส่งออกและภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเคยนำรายได้เข้าสู่ประเทศจำนวนมาก และเป็นธุรกิจ ที่มีความเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจอื่นๆ จำนวนมาก เช่น ภาคการท่องเที่ยว จะเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจโรงแรม อาหาร เครื่องดื่ม บริการ ซบเซามาก ทำให้ธุรกิจอื่นๆ ซบเซา ซึ่งกระทบต่อรายได้ของภาคประชาชนในวงกว้าง ขณะที่ภาคการส่งออกจะเกี่ยวเนื่องจากับภาคการผลิต ทำให้กำลังซื้อของประชาชนส่วนใหญ่ลดลงทั้งประเทศ

http://www.posttoday.com/

ที่มาของข่าว :: เว็บไซต์ นสพ.โพสต์ทูเดย์ 15 ธ.ค. 2551
User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post
insurecenter
post Dec 16 2008, 11:36 AM
Post #17





Group: Members
Posts: 0
Joined: 11-December 08
Member No.: 11,061
Time Spent:
0d 9h 46m 44s
เพศ: Male
ใช้รถ Mazda 3: Yes
รุ่นของรถ: n/a
สีรถ: n/a



‘ประกันภัย’ เหนื่อยโดนบีบเพิ่มทุน

ฟันธงธุรกิจประกันภัยปีหน้าเหนื่อย ต้องควบรวมกิจการ หนีเศรษฐกิจซบ

นายชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพประกันภัย เปิดเผยว่า คาดว่าในปีหน้าจะมีบริษัทประกันภัยต้องเพิ่มทุน ซึ่งเป็นผลมาจากเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภั
ย (คปภ.) กำหนดให้บริษัทประกันภัยต้องดำรงเงินกองทุนที่ระดับ 150% ของเงินกองทุนขั้นต่ำ

นายชัย กล่าวว่า หากไม่ต้องการเพิ่มทุนก็ใช้วิธีลดการขยายตลาด เมื่อเบี้ยประกันภัยไม่เพิ่มจะทำให้ภาระหนี้สินไม่เพิ่ม จึงไม่ต้องเพิ่มทุน

อย่างไรก็ตาม มีหลายบริษัทที่มีเงินกองทุนต่ำกว่าเกณฑ์ แม้จะไม่ขยายตลาดแต่เงินกองทุนไม่เข้าเกณฑ์ และการเพิ่มทุนใหม่เป็นไปได้ยาก เพราะผู้ถือหุ้นรายเดิมคงต้องการเก็บเงินสดไว้มากกว่า เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจสูงแต่รายได้ไม่เพิ่ม เพราะการแข่งขันสูงขึ้น ขณะที่การหาผู้ถือหุ้นรายใหม่เป็นไปได้ยาก เพราะตลาดขาดเงินที่จะนำมาลงทุน

นายชัย กล่าวว่า ปี 2552 บริษัทประกันภัยยังมีแรงกดดันจากการลงทุนทั้งในรูปของเงินฝาก และการลงทุนในตลาดหุ้น ซึ่งอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลดลงแล้ว และตลาดหุ้นมีการปรับตัวลดลงมาก ทำให้บริษัทประกันภัยที่ขายหุ้นออกไม่ทัน ทำให้ต้องบันทึกขาดทุน ราคาทรัพย์สินลดลง ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงด้วย

นายเรืองวิทย์ นันทาภิวัฒน์ นายกสมาคมบริษัทนายหน้าประกันภัยไทย กล่าวว่า กฎเกณฑ์ใหม่ของ คปภ.ทำให้บริษัทนายหน้าประกันภัยมีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ซึ่งจะเป็นแรงกดดันให้บริษัทนายหน้าประกันภัยที่ต้องการทำธุรกิจต่อไปต้องควบรวมกิจก
าร ส่วนบริษัทที่ทำธุรกิจไม่จริงจังคงต้องปิดตัวเองและออกจากวงการ เนื่องจากไม่สามารถปฏิบัติตามเกณฑ์ใหม่ได้

http://www.posttoday.com/

ที่มาของข่าว :: เว็บไซต์ นสพ.โพสต์ทูเดย์ 16 ธ.ค. 2551
User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post
insurecenter
post Dec 16 2008, 06:51 PM
Post #18





Group: Members
Posts: 0
Joined: 11-December 08
Member No.: 11,061
Time Spent:
0d 9h 46m 44s
เพศ: Male
ใช้รถ Mazda 3: Yes
รุ่นของรถ: n/a
สีรถ: n/a



ประกันภัยสุดอั้นจ้องปรับเพิ่มเบี้ย "ซิตี้คาร์" แจ็กพอตความเสี่ยงสูง


ประกันภัยสุดอั้นจ้องปรับเพิ่มเบี้ย "ซิตี้คาร์" แจ็กพอตความเสี่ยงสูง ขอขยับขึ้น10-15%

ประกันภัยอ่วม ปีหน้าเจอปัจจัยลบ 3 เด้ง "งานใหม่ไม่เกิด-งานเก่าเก็บเบี้ยยาก-ความเสี่ยงพุ่ง" ทำใจตั้งโจทย์แค่ประคองตัวรอด ประกบลูกค้าในพอร์ตเดิมเหนียวแน่น คาดเบี้ยรวมทั้งตลาดไม่โตขึ้นแน่ เหตุผู้บริโภคกำลังซื้อหด-ลดระดับความคุ้มครอง เล็งหาทางรอด "ปรับเพิ่มเบี้ย" ให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่เพิ่ม ระบุ "ซิตี้คาร์" ปรับขึ้นเบี้ยอีก 10-15%

นายอรรณพ พรธิติ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ภาพรวมธุรกิจประกันวินาศภัยในปีหน้าบริษัทต่างๆ คงทำตลาดได้ลำบากมาก เนื่องจากงานรับประกันภัยใหม่ๆ เกิดขึ้นน้อยมาก จากภาคส่งออก-นำเข้าที่ลดลง, ยอดรถใหม่ที่มีแนวโน้มทรงตัว และโครงการลงทุนต่างๆ มีน้อยลง ขณะที่พอร์ตลูกค้าเก่าก็อาจจะปรับลดความคุ้มครอง เพื่อให้จ่ายเบี้ยน้อยลง ตามภาวะกำลังซื้อที่หดตัวตามภาวะเศรษฐกิจซึ่งกำลังถดถอย

"ภาวะความไม่แน่นอนต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากปัจจัยเศรษฐกิจที่โดนผลกระทบจากภายนอก รวมถึงภาวะการเมืองในประเทศ ทำให้ภาพรวมความเสี่ยงพุ่งสูงขึ้นด้วย ซึ่งธุรกิจประกันภัยก็ต้องปรับเพิ่มเบี้ยให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นด้วยเช
่นกัน"

"การทำธุรกิจปีหน้า ขณะนี้ทุกคนตั้งโจทย์เหมือนกันหมด แค่ประคองตัวให้รอดจากภาวะช่วงนี้ให้ได้ก่อน ซึ่งบริษัทเองก็ต้องพยายามรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าเดิมให้เหนียวแน่นที่สุด เพื่อให้ปีหน้าบริษัทยังมีงานประกันภัยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นโยบายการรับประกันภัยก็ต้องเน้นงานที่มีกำไรจากการรับประกันภัยเป็นหลัก และคัดเลือกภัยให้เข้มงวดขึ้น" นายอรรณพกล่าว

นายพุทธิพงษ์ ด่านบุญสุต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.ไทยเศรษฐกิจประกันภัย กล่าวว่า ปีหน้าเบี้ยรับรวมของประกันวินาศภัยทั้งระบบน่าจะใกล้เคียงกับปีนี้ที่ 1.15 แสนล้านบาท ซึ่งเท่ากับว่าเบี้ยประกันในปีหน้าแทบจะไม่เติบโตเลย โดยเฉพาะประกันภัยรถยนต์ที่เชื่อว่าผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยคงปรับลดระดับความคุ้มครอง
ลง ด้วยการหันมาซื้อประกันภัยประเภท 3 และประเภท 3 พลัสมากขึ้น ขณะเดียวกันตลาดรถใหม่ที่พอจะขยายตัวได้ในปีหน้าจะเป็นกลุ่มซิตี้คาร์ ซึ่งเป็นรถเล็กไม่เกิน 1300 ซีซี ราคาไม่สูงมากนัก ทำให้ภาพรวมทุนประกันต่ำลง และเบี้ยประกันน้อยลงด้วย

"สิ่งที่ต้องยอมรับก็คือ ซิตี้คาร์ มีอัตราความเสียหายค่อนข้างสูง มีค่าเฉลี่ยของทั้งตลาดอยู่ที่ประมาณ 70% ดังนั้นบริษัทประกันที่จะจับตลาดนี้ต้องมั่นใจว่าเบี้ยประกันครอบคลุมกับอัตราความเส
ียหายได้จริง ซึ่งเชื่อว่าในปีหน้าแบบประกันสำหรับรถกลุ่มนี้คงจะถูกปรับเพิ่มเบี้ยอีก 10-15% ด้วย" นายพุทธิพงษ์กล่าว

นายปกิต เอี่ยมโอภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อลิอันซ์ ซี.พี.ประกันภัย จำกัด กล่าวว่า ปีนี้ตลาดประกันวินาศภัยอาจขยายตัวได้เพียงเล็กน้อย เพราะมูลค่าตลาดหลายๆ ด้านลดลงไป เช่น โครงการลงทุนต่างๆ ที่เคยประเมินว่าจะเกิดขึ้น และตลาดรถยนต์ที่มีมูลค่าลดลงจากการชะลอการตัดสินใจซื้อ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจต้องมองหาช่องว่างในตลาดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีซึ่งที่ผ่านมายังไม่ค่อยซื้อประกันภัยมากนัก

นอกจากนี้ นายปกิต กล่าวอีกว่า สิ่งที่ธุรกิจประกันภัยต้องระมัดระวังในปีหน้าก็คือ ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นทำให้เบี้ยที่อาจจะเพิ่มขึ้นในบางบริษัทอาจไม่ใช่ผลดีเสมอไป หากมีอัตราความเสียหายเพิ่มขึ้น แต่ธุรกิจต้องมามองที่การรักษาอัตราการทำกำไรเป็นหลัก ด้วยการเน้นคัดเลือกภัยให้เหมาะสม บริหารต้นทุนด้านต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดเป็นลำดับแรก และมองเรื่องยอดขายหรือเบี้ยประกันเป็นเรื่องรองลงไปจะดีกว่า

http://www.matichon.co.th/prachachat/

ที่มาของข่าว :: นสพ.ประชาชาติธุรกิจ ฉบับที่ 4062 15 ธ.ค. 2551
User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post
insurecenter
post Dec 17 2008, 11:48 AM
Post #19





Group: Members
Posts: 0
Joined: 11-December 08
Member No.: 11,061
Time Spent:
0d 9h 46m 44s
เพศ: Male
ใช้รถ Mazda 3: Yes
รุ่นของรถ: n/a
สีรถ: n/a



คปภ.ระบุรถ ส.ส.ถูกคนเสื้อแดงทุบเสียหาย ได้รับความคุ้มครอง

คปภ.ระบุรถ ส.ส.ถูกคนเสื้อแดงทุบเสียหาย ได้รับความคุ้มครองประกันภัยตามปกติ

นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวถึงกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงใช้ก้อนหินหรืออุปกรณ์ต่างๆ เขวี้ยงใส่รถของ ส.ส.ทำให้รถส่วนบุคคลหรือรถประจำตำแหน่งของ ส.ส. เสียหาย ว่า คงต้องไปดูว่ารถยนต์คันที่เสียหายว่ามีกรมธรรม์ประกันภัยแบบภาคสมัครใจประเภทชั้น 1 หรือไม่ หากมีกรมธรรม์ความเสียหายที่เกิดขึ้นจะได้รับการชดเชย โดยบริษัทประกันจะต้องคุ้มครองรถที่ทำประกันภัยภาคสมัครใจ ประเภทที่ 1 ทุกกรณี และหลังจากนั้นบริษัทประกันจะต้องฟ้องร้องดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ที่นำก้อนหิน ซึ่งทางบริษัทประกันจะดำเนินการอีกครั้ง ส่วนรถของ ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นั้น เป็นรถประจำตำแหน่ง ไม่ได้มีการคุ้มครองประกัน ซึ่งต้องดูว่าหน่วยงานต้นสังกัดจะฟ้องร้องกับผู้กระทำความผิดหรือไม่

http://news.mcot.net/

ที่มาของข่าว :: เว็บไซต์ สำนักข่าวไทย 16 ธ.ค. 2551
User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post
insurecenter
post Dec 17 2008, 06:42 PM
Post #20





Group: Members
Posts: 0
Joined: 11-December 08
Member No.: 11,061
Time Spent:
0d 9h 46m 44s
เพศ: Male
ใช้รถ Mazda 3: Yes
รุ่นของรถ: n/a
สีรถ: n/a



เทรนด์โบรกเกอร์ปีวัว ‘ควบ-ปิด’ กฎ คปภ.ทำต้นทุนพุ่ง


เทรนด์โบรกเกอร์ปีวัว ‘ควบ-ปิด’ กฎ คปภ.ทำต้นทุนพุ่ง ศก.แย่แข่งขันรุนแรง

จับตา! ปีหน้าบริษัทโบรกเกอร์ต้องควบรวมปิดกิจการ เหตุแรงกดดันหลายด้าน ทั้งภาวะเศรษฐกิจเลวร้าย กติกาใหม่ของ คปภ.ทำให้ต้องแบกค่าใช้จ่ายเพิ่ม โดยเฉพาะฟิกซ์คอสต์จากค่าอบรมเพื่อต่อใบอนุญาตอย่างต่ำปีละ 6,000-7,000 บาท แถมการแข่งขันรุนแรง บริษัทอ่อนแอ ไม่เป็นมืออาชีพอยู่ยากเพราะตลาดเป็นของผู้ซื้อมีอำนาจต่อรองสูงขึ้น

นายเรืองวิทย์ นันทาภิวัฒน์ นายกสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย (โบรกเกอร์) เปิดเผยถึงภาพรวมธุรกิจนายหน้าประกันภัยในปี 2552 ว่า เป็นปีที่นายหน้าประกันภัยต้องทำงานหนักมากขึ้น เนื่องจากหลายปัจจัยทั้งการแข่งขันยังคงรุนแรงอยู่ ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้ผู้บริโภคคำถึงถึงต้นทุนและระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายมากข
ึ้น จะมีผลถึงการซื้อประกันภัย ขณะที่กฎกติกาใหม่ๆ ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่เริ่มมีผลบังคับใช้เพื่อส่งเสริมธุรกิจโบรกเกอร์มีความแข็งแกร่งและเป็นมืออาชีพม
ากขึ้น จะทำให้การดำเนินธุรกิจยากลำบากมากขึ้น

ดังนั้น ภาพที่จะเห็นมากขึ้นในปีหน้า คือ การควบรวมของบริษัทนายหน้าประกันภัย รวมถึงการปิดกิจการของบริษัทนายหน้าที่อ่อนแอ เพราะนอกจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจจะไม่ลดลงแล้ว กติกาที่เข้มข้นของสำนักงาน คปภ.จะทำให้นายหน้ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น อาทิ ค่าใช้จ่ายในอบรมก่อนเพื่อต่ออายุใบอนุญาตนายหน้าบุคคลธรรมดา เนื่องจากกติกาใหม่กำหนดในการต่ออายุแต่ละปีนายหน้าต้องผ่านการอบรมด้วย ยิ่งทำให้บริษัทที่อ่อนแออยู่แล้วยิ่งอยู่ยาก

“ในอดีตจะมีบริษัทนายหน้าจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้ทำธุรกิจแต่ขอใบอนุญาตไว้เฉยๆ ซึ่งจากสถิติของสำนักงาน คปภ.มีนายหน้านิติบุคคลที่มีใบอนุญาตอยู่มากถึง 500 บริษัทด้วย ภาวะเศรษฐกิจและกติกาที่เข้มข้นทำให้หลายบริษัทอยู่ยาก เงินทุนไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ธุรกิจนายหน้าไม่จำเป็นต้องใช้ทุนเยอะ ขอให้รู้จักวิธีบริหารเงิน เกณฑ์ใหม่ของ คปภ.ทำให้คนบริหารเงินไม่เป็นเดือดร้อน ขณะที่อำนาจต่อรองของลูกค้าสูงขึ้นด้วยภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่แย่มากๆ ดังนั้นจึงเป็นตลาดของผู้ซื้อมากกว่า ดังนั้นความเป็นมืออาชีพเป็นเรื่องสำคัญ เป็นจุดที่เราเน้นมากกับสมาชิก”

นายเรืองวิทย์ กล่าวว่า ในปีหน้าอาจจะมีบริษัทนายหน้ารายใหม่เกิดขึ้นบ้าง แต่คงน้อยหากเทียบกับที่ผ่านมาเพราะค่าใช้จ่ายเป็นอุปสรรคสำคัญ โดยเฉพาะการอบรมที่เพิ่มขึ้นมาเฉลี่ยปีหนึ่งแต่ละบริษัทต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่
มขึ้น 6,000-7,000 บาท อย่างไรก็ดีท่ามกลางวิกฤติต่างๆ เป็นโอกาสของนายหน้าโดยเฉพาะคนที่เป็นมืออาชีพ อย่างกฎใหม่ๆ ที่ คปภ.ออกมา เช่น Cash Before Cover หรือการชำระเบี้ยประกันภัยรถยนต์ก่อนสัญญาประกันภัยเริ่มมีผลคุ้มครอง นายหน้าสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจได้

นายสุรสิทธิ์ ตู้นิ่ม กรรมการบริหาร สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย กล่าวว่า ธุรกิจนายหน้าประกันภัยเป็นเรื่องของวิชาชีพความเป็นมืออาชีพเป็นเรื่องสำคัญเพราะหน
้าที่ของโบรกเกอร์คือการให้คำปรึกษากับลูกค้า จึงไม่จำเป็นต้องมีเงินทุนมาก

ส่วนการแข่งขันจากช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์แม้ระยะหลังจะมีมากขึ้น แต่ไม่น่ากังวลเพราะต่อไปจะมีการแยกสินค้าระหว่างสินค้าที่ขายผ่านนายหน้าและแบงก์แอ
สชัวรันส์ โดยสินค้าที่ขายผ่านธนาคารจะเป็นสินค้าธรรมดาที่ไม่จำเป็นต้องใช้ความเข้าใจหรือความ
เป็นมืออาชีพมาก เป็นสินค้าที่จับลูกค้าบุคคล เช่น กรมธรรม์อัคคีภัย ประกันรถยนต์ประเภท 3 ประกัน พ.ร.บ.ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (พีเอ) เป็นต้น หากเป็นสินค้าที่จับลูกค้าองค์กร (คอร์ปอเรต) ยังเชื่อว่าธนาคารไม่สามารถที่จะให้บริการกับลูกค้าได้ดีเท่ากับนายหน้า ซึ่งปัญหาที่เจอสำหรับลูกค้าที่ทำประกันผ่านธนาคาร คือ ลูกค้าที่เป็นลูกหนี้ธนาคารและถูกขอร้องให้ซื้อประกันภัยเวลาจะเคลมมักจะเจอปัญหาตรง
นี้ ธนาคารต้องพัฒนาตัวเองเพื่อให้บริการลูกค้า

เมื่อเร็วๆ นี้ สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย ลงนามบันทึกความเข้าใจกับ สถาบันประกันภัยไทย (ทีไอไอ) เพื่อร่วมกันพัฒนาหลักสูตรและการอบรมเพื่อขอต่ออายุใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย และนายหน้าประกันชีวิต เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายประกันชีวิต กฎหมายประกันวินาศภัยฉบับใหม่ ที่กำหนดให้ตัวแทนหรือนายหน้าประกันภัยที่จะขอรับ ขอต่อใบอนุญาตตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 เป็นต้นไป ต้องมีหนังสือรับรองว่าผ่านการอบรมตามหลักสูตรและวิธีการที่สำนักงาน คปภ.กำหนด โดยนายหน้าประกันภัยต้องเข้ารับการอบรมไม่น้อยกว่า 10 ชั่วโมงต่อปี ซึ่งจะเริ่มเปิดอบรมในเดือนมกราคมนี้

http://www.siamturakij.com/

ที่มาของข่าว :: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 957 17-19 ธ.ค. 2551
User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post
insurecenter
post Dec 18 2008, 12:09 PM
Post #21





Group: Members
Posts: 0
Joined: 11-December 08
Member No.: 11,061
Time Spent:
0d 9h 46m 44s
เพศ: Male
ใช้รถ Mazda 3: Yes
รุ่นของรถ: n/a
สีรถ: n/a



ประกันรถราคาถูกสะพัดตลาด วินาศภัยถึงยุคอดอยาก


ประกันรถราคาถูกสะพัดตลาด วินาศภัยถึงยุคอดอยาก เบี้ยถดถอย-กำไรหด

วินาศภัยผ่าทางตันประกันรถยนต์ปีวัว ยุคเบี้ยถดถอย-กำไรหด บิ๊กวงการคาดอัตราเติบโตต่ำมากแค่ 2% ยิ่งเทรนด์รถเล็กมาแรงฉุดเบี้ยรวมลดลง ขณะที่ ศก.แย่ น้ำมันแพง กระทบกำลังซื้อ ลูกค้าทิ้งชั้น 1 แห่ซื้อ 3 พลัส และ 2 พลัสแทนเพราะจ่ายถูก จับตา! สินค้าถูกคึกคัก กรุงเทพฯ ชิงธง! เข็นชั้น 1 ตัวใหม่ ราคาประหยัดเบี้ยต่ำสุด 7,000-10,000 บาทลงแผง ชูส่วนลดเบี้ยสูงสุด 5,000 บาทดูด

ขณะที่หลายค่ายโหมโฆษณา 3 พลัส-2 พลัส กูรูชี้ “แคช บีฟอร์ โคเวอร์” ทำลูกค้าเลิกซื้อชั้น 1 เพราะต้องจ่ายเงินสดก้อนใหญ่ทันที นายชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการและกรรมการผู้อำนวยการ บมจ.กรุงเทพประกันภัย เปิดเผยว่า ตลาดประกันภัยรถยนต์ในปีหน้าจะขยายตัวลดลงมากคาดว่าจะมีอัตราเติบโตเพียงแค่ 2% เท่านั้น

เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดีกระทบกำลังซื้อของผู้บริโภคทำให้ยอดขายรถยนต์ชะลอตัวไปด้วย โดยคาดกันว่ายอดขายรถใหม่จะลดลงถึง 15% เทียบกับปีนี้ ขณะที่ลูกค้าเก่าจะหันมาซื้อประกันภัยที่มีค่าเบี้ยถูกลงเพื่อลดค่าใช้จ่าย เปลี่ยนจากประกันชั้น 1 มาซื้อประกันชั้น 3 ประกัน 3+1 หรือ 3 พลัสแทน เห็นได้จากระยะหลังบริษัทประกันภัยจะหันมาโฆษณาประกันประเภท 3 และ 3 พลัสมากขึ้น โดยบริษัทจะมีสินค้าใหม่ประกันรถยนต์ประเภท 1 ราคาประหยัดออกมาจำหน่ายเพื่อเป็นทางเลือกของลูกค้า

“ปีหน้าเทรนด์รถเล็กจะมาเริ่มเห็นตั้งแต่ปีนี้เพราะราคาน้ำมันแพงขึ้น คนหันมาซื้อรถเล็กเพื่อประหยัดน้ำมัน รถขนาดใหญ่เกิน 2000 ซีซี ยอดขายจะลดลง ทางผู้ผลิตรถยนต์ไม่มีทางเลือกต้องหันมาออกรถขนาดเล็กให้ตรงกับกำลังซื้อของผู้บริโภ
ค แม้จะไม่อยากออกเพราะกำไรต่อคันน้อยกว่ารถยนต์ก็ตาม อีกทั้งรถเล็กค่าเบี้ยถูกกว่ารถใหญ่ ซึ่งจากภาวะเศรษฐกิจเชื่อว่าปีหน้าจะมีประกันรถยนต์ราคาถูกออกมาขายมากขึ้น”

นายพนัส ธีรวณิชย์กุล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวนการใหญ่ บมจ.กรุงเทพประกันภัย กล่าวเสริมว่า แนวโน้มประกันภัยรถยนต์ในปีหน้าสินค้าราคาถูกจะเริ่มมามากขึ้น โดยมี 3 พลัสและ 2 +1 หรือ 2 พลัสเป็นตัวนำ โดยสินค้าใหม่ที่บริษัทจะออกทำตลาดจะชูจุดขายตรงส่วนลดเบี้ยประกันรถยนต์ที่ลูกค้าจะ
ได้รับสูงสุด 5,000 บาท ซึ่งเป็นส่วนลดจากค่าเสียหายส่วนแรก (ดีดัคเทเบิล) ที่ผู้เอาประกันภัยรถยนต์จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเองกรณีเป็นฝ่ายผิด โดยเลือกค่าเสียหายส่วนแรกเท่าไหร่จะได้ลดเบี้ยประกันเท่านั้น ซึ่งมีให้เลือก 3,000-5,000 บาท/ครั้ง ขณะที่เบี้ยประกันราคาต่ำสุดหากเป็นรถทุนประกัน 300,000-400,000 บาท อายุ 3-4 ปี เบี้ยอยู่ประมาณ 7,000-10,000 บาท โดยราคาเบี้ยประกันขึ้นอยู่กับทุนประกัน

“การตั้งราคาต่ำเพื่อตอบสนองตลาด สินค้าตัวนี้เราเอามาเป็นตัวเลือกให้กับผู้เอาประกันที่มีความระมัดระวังในการขับขี่
เพราะถ้าไม่มีเคลมได้ลดเบี้ยฟรีๆ ไป 5,000 บาท และยังได้ส่วนลดประวัติดีในการต่ออายุในปีหน้าด้วย อีกทั้งยังนำไปสู่อัตราค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) ที่ดีทำให้ Loss Ratio ลดลงด้วย กลุ่มลูกค้าทั้งรถใหม่และรถเก่าหากเป็นลูกค้าใหม่จะเน้นที่ซื้อเงินสดไม่ได้ผ่านไฟแน
นซ์ ตัวนี้จะช่วยลดภาระให้กับลูกค้ากรณีที่รถถูกชนหนักๆ แล้วต้องจ่ายค่าซ่อมเอง ด้วยภาวะเศรษฐกิจแบบนี้เราพยายามออกสินค้าราคาเบี้ยถูกเหมาะกับสภาพตลาดที่ตกลงไปมาก
ๆ ทำให้เราเล่นไพรซซิ่งได้ และแม้ค่าเบี้ยจะถูกลงแต่ยังได้มาตรฐานการซ่อมที่มีคุณภาพ”

นายพนัส กล่าวว่า บริษัทจะนำสินค้าใหม่ออกจำหน่ายประมาณเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ซึ่งในปีแรกยังไม่ตั้งเป้ายอดขาย หากน้ำมันปรับราคาขึ้นอีกในช่วงครึ่งปีหลัง ผู้บริโภคอาจจะตอบสนองสินค้าตัวนี้มากขึ้นเพื่อลดค่าใช้จ่าย เมื่อถึงเวลานั้นอาจจะตั้งเป้าได้มากพอสมควร โดยสินค้าตัวนี้จะมาชดเชยเบี้ยประกันรถยนต์ของบริษัทซึ่งในปีนี้ปรับตัวลดลงไปถึง 10% ไม่ได้แต่จะเป็นทางเลือกหนึ่งให้กับลูกค้าในภาวะที่คนประหยัดเงิน ซึ่งการออกสินค้าราคาปกติคงไม่เหมาะกับสภาพเศรษฐกิจในขณะนี้ โดยบริษัทจะพยายามออกสินค้าราคาถูกที่ยังมีกำไรอยู่

นายนพดล เรืองจินดา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการประกันภัยยานยนต์ สมาคมประกันวินาศภัย เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า ประกันรถยนต์ในปีหน้าจะแย่กว่าปีนี้เพราะรถใหม่ไม่คิดว่าจะขายได้เพิ่มขึ้น อาจจะลดลงจากปีนี้ด้วย ซึ่งเมื่อยอดขายรถใหม่ลดลงย่อมกระทบเบี้ยประกันภัยหายไปด้วย ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ประชาชนจะเก็บเงินสดมากขึ้น จากที่คิดจะซื้อรถใหม่จะหันไปซื้อรถเก่า ทำให้ทุนประกันยิ่งลดลงส่งผลให้เบี้ยลดลงตามไปด้วย

ยิ่งกว่านั้น จากภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ ประชาชนจะลดกำลังซื้อลงเปลี่ยนจากประกันชั้น 1 หันไปทำประกันชั้น 3, 3 พลัส รวมถึง 2 พลัสมากขึ้น เพื่อให้จ่ายเบี้ยถูกลง ลดความคุ้มครองบางตัวลงไป ยอมที่จะแบกรับความเสี่ยงเองบางส่วน อีกทั้งประกันชั้น 1 ไม่มีกำไร หากเทียบกับประกัน 3 หรือ 3 พลัสที่ทำกำไรได้มากกว่า ทำให้หลายบริษัทหันมาขายชั้น 3 และ 3 พลัสมากขึ้น

อย่างธนชาตประกันภัย ในช่วงนี้เริ่มโฆษณาสินค้าใหม่ คือ 2+1 หรือ 2 พลัสมากขึ้น หลังจากนำออกจำหน่ายมาได้ระยะหนึ่งแล้ว เบี้ยประกัน 7,900-8,800 บาท คุ้มครองรถคันเอาประกันจากการชนกับยานพาหนะทางบก 100,000 บาท ซึ่งนอกจาก 2 พลัสแล้วยังมี 3+ ที่นำออกตลาดในเวลาไล่เลี่ยกัน เบี้ย 7,700 บาท คุ้มครองรถคันเอาประกันจากการชน 150,000 บาท ทั้ง 2 ตัวเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า กระแสตอบรับค่อนข้างดี มียอดขายพอสมควร เป็นสินค้าที่บุกได้ ซึ่งในปีหน้าจะเน้นสินค้า 2 ตัวนี้มากขึ้น

ด้าน นายพุทธิพงษ์ ด่านบุญสุต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.ไทยเศรษฐกิจประกันภัย กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจจะกระทบกำลังซื้อประกันของผู้บริโภคจะหันไปลดไซส์เปลี่ยนจากประกันประเภ
ท 1 ไปเป็นประเภท 3 หรือ 3 พลัสแทน ทำให้เบี้ยประกันภัยรถยนต์ยิ่งลดลงเพราะประกันชั้น 1 ขายได้น้อยลง แต่ประกันชั้น 3 หรือ 3 พลัสขายได้ดีมากขึ้น

ยิ่งกว่านั้น การที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) นำหลักจ่ายเบี้ยก่อนคุ้มครอง (Cash before Cover) มาใช้ทำให้ลูกค้าต้องกำเงินสด พร้อมซื้อประกันและจ่ายเงินทันที จะส่งผลกระทบ 2 ส่วน คือ ประชาชนหันไปทำประกันภัย พ.ร.บ.อย่างเดียว หรือประกันชั้น 3 แทนเพราะจ่ายเบี้ยน้อยลง อย่างฮอนด้า แอคคอร์ด จ่ายเบี้ย 27,000 บาท จะหันไปซื้อประเภท 3 จ่ายเบี้ยแค่ 3,000 กว่าบาท

ยิ่งกว่านั้น การที่รถขนาดเล็ก (ซิตี้ คาร์) จะมียอดขายเพิ่มขึ้นในปีหน้าเพราะน้ำมันแพง ทำให้ผู้บริโภคหันมานิยมรถที่ใช้เชื้อเพลิงน้อย ขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์หันมาผลิตรถประเภทนี้มากขึ้นจะส่งผลต่อเบี้ยทั้งระบบ เนื่องจากเบี้ยรถซิตี้คาร์น้อยกว่ารถใหญ่ โดยเบี้ยรถเล็ก 2 คันเท่ากับเบี้ยรถใหญ่ 1 คัน ดังนั้นหากปริมาณรถยนต์ในระบบเป็นรถเล็กมากขึ้นจะทำให้เบี้ยประกันในระบบในปีหน้ายิ่
งลดลงตามไปด้วย

อย่างไรก็ดี จุดสำคัญคือ รถซิตี้คาร์ Loss Ratio เทียบกับค่าเฉลี่ยในตลาดแล้วสูงกว่ารถประเภทอื่น โดยรถซิตี้คาร์ Loss Ratio เฉลี่ยอยู่ 70% ถ้าได้เบี้ยรถเล็กมาเท่ากับความเสี่ยงเกิดขึ้น 2 เท่า ทำให้กำไรจากการรับประกันยิ่งลดลง ดังนั้นรถต่ออายุที่ย้ายมาจากบริษัทอื่นต้องมีการตรวจสอบคุณภาพรถก่อนรับประกันมากขึ
้น

http://www.siamturakij.com/

ที่มาของข่าว :: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 957 17-19 ธ.ค. 2551
User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post
insurecenter
post Dec 18 2008, 05:31 PM
Post #22





Group: Members
Posts: 0
Joined: 11-December 08
Member No.: 11,061
Time Spent:
0d 9h 46m 44s
เพศ: Male
ใช้รถ Mazda 3: Yes
รุ่นของรถ: n/a
สีรถ: n/a



คปภ.ลงโทษประกันเบี้ยว สั่งปรับเพียบ


คปภ.เข้มส่งท้ายปีเดินหน้าลงโทษปรับบริษัททำผิดกฎหมายต่อเนื่อง หวังสร้างความมั่นใจลูกค้า

แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ทาง คปภ.ยังคงเข้มงวดเกี่ยวกับการดูแลบริษัทประกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะการลงโทษบริษัทประกันที่ทำผิดกฎหมาย ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการเปรียบเทียบปรับได้มีมติลงโทษปรับเพิ่มเติมกับบริษัท ลิเบอร์ตี้ประกันภัย ในข้อหาประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทนและปรับบริษัท เจนเนอราลี่ประกันภัย (ไทยแลนด์) ในข้อหาประวิงการคืนเบี้ยประกันภัย

แหล่งข่าวกล่าวว่า แม้ว่าก่อนหน้านี้บริษัท ลิเบอร์ตี้ประกันภัย และบริษัท ศูนย์สุขภาพแห่งประเทศไทย จะได้เคยถูกลงโทษปรับข้อหาประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทนไปแล้วเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่าน
มา แต่ก็ถือว่าเป็นคนละคดีความกัน หากยังมีลูกค้าร้องเรียนมาและ คปภ.สืบสวนแล้วว่าเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่กล่าวหา บริษัทประกันก็ยังสามารถถูกลงโทษซ้ำอีกได้

อย่างไรก็ตาม ยังมีบริษัทประกันที่คงถูกเปรียบเทียบปรับรายวันในกรณีที่กระทำผิดต่อเนื่องในข้อหาด
ำรงเงินกองทุนไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดอีก คือ บริษัท ธนสินประกันภัย บริษัท แอ๊ดวานซ์ อินชัวรันส์ ที่ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เอ.พี.เอฟ.อินเตอร์เนชั่นแนล อินชัวรันส์ และบริษัท ฟินันซ่าประกันชีวิต

http://www.posttoday.com/

ที่มาของข่าว :: เว็บไซต์ นสพ.โพสต์ทูเดย์ 18 ธ.ค. 2551
User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post
insurecenter
post Dec 19 2008, 12:18 PM
Post #23





Group: Members
Posts: 0
Joined: 11-December 08
Member No.: 11,061
Time Spent:
0d 9h 46m 44s
เพศ: Male
ใช้รถ Mazda 3: Yes
รุ่นของรถ: n/a
สีรถ: n/a



ปี 52 วิริยะฯ ขายประกันรถ 2+ 3+


วิริยะฯ ตั้งเป้าเบี้ยรถยนต์ปีวัวโต 5% เตรียมขายประกันรถยนต์ 2+ และ 3+ สั่งทบทวนเบี้ย-ทุนใหม่ ของเดิมเบี้ย 7,000-10,000 เศษ ทุน 200,000-500,000 บาท ชูเป็นทางเลือกใหม่ให้ลูกค้ายุคกำลังซื้อถดถอย คาดขายได้ปลายไตรมาสแรก จับลูกค้ากลุ่มใหม่ที่มีความรู้ประกันดี ลั่นไม่ใช่สินค้าเอก ตัวหลักยังเป็นชั้น 1 อยู่ เชื่อยังขายได้แม้ ศก.ซบ ส่วนนอน มอเตอร์ ยังโตได้ตามเป้า 25-30%

นายกฤตวิทย์ ศรีพสุธา กรรมการ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า คาดว่าปีหน้าบริษัทจะมีอัตราเติบโตของเบี้ยรับรวมไม่เกิน 5% ต่ำกว่าปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโตได้ 10% หรือคิดเป็นเบี้ยรับรวมประมาณ 15,000 ล้านบาท สูงกว่าอัตราเติบโตเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะขยายตัวไม่เกิน 4% หรือ 2 เท่าของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ที่ประเมินทิศทางแล้วอัตราการขยายตัวไม่น่าจะเกิน 2%

ทั้งนี้ เบี้ยประกันรถยนต์ของบริษัทน่าจะมีอัตราขยายตัวไม่เกิน 5% เทียบกับปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโตได้ 7% ด้วยจำนวนกรมธรรม์ใหม่ที่คาดว่าน่าจะเพิ่มขึ้นอีก 10% หรือเกิน 800,000 กรมธรรม์ จาก 700,000 กรมธรรม์ ในปี 2550 โดยเชื่อว่าประกันประเภท 1 ยังคงขายได้อยู่เพราะลูกค้าที่ทำประกันประเภท 1 ยังคงทำต่อไป

แต่บริษัทจะเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้าโดยจะส่งเสริมแบบประกันรถยนต์เฉพาะภัย คือ ประเภท 2+1 (2 พลัส) และ 3+1 (3 พลัส) ที่ทำตลาดอยู่ในปีนี้ให้มากขึ้นกว่าเดิม โดยอยู่ระหว่างทบทวนเบี้ยประกันภัยและวงเงิน ตลอดจนเงื่อนไขความคุ้มครองของสินค้าทั้ง 2 ตัวใหม่ให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า โดยอัตราเบี้ยที่ขายอยู่ในปัจจุบันระหว่าง 7,000-10,000 บาทเศษ วงเงินความคุ้มครองกรณีชนกับยานพาหนะทางบกระหว่าง 200,000-500,000 บาท

“การทำตลาดสินค้าตัวนี้ในช่วงที่ผ่านมาเรายังไม่มีการโปรโมต จากนี้ไปจะโปรโมตมากขึ้น จึงได้ทบทวนเบี้ยและความคุ้มครองใหม่ให้เหมาะกับสภาพตลาด กำลังให้ฝ่ายสารสนเทศดูสถิติที่เรามีอยู่เพื่อแยกวิเคราะห์ว่า เฉพาะการชนที่มีคู่กรณีมีอยู่เท่าไหร่ วงเงินค่าซ่อมบาดแผลที่สร้างความพอใจให้กับลูกค้าควรจะอยู่เท่าไหร่ เพื่อจะได้เคาะราคาเบี้ยที่เป็นธรรม ภายใต้เงื่อนไขความคุ้มครองที่เหมาะสมจริงๆ ให้กับลูกค้า จะไม่ได้สร้างภาระให้กับลูกค้าต้องจ่ายเบี้ยเพิ่มโดยไม่จำเป็น เพราะนโยบายของเราเวลาจะทำอะไรยึดลูกค้าเป็นตัวตั้งอยู่แล้ว โดยสินค้าที่จะออกมายังไม่ใช่สินค้าหลักที่จะทำตลาดในปีหน้า เพราะจุดประสงค์ของการทบทวนเพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้ามีสินค้าที่เหมาะสมกับสถาน
การณ์ให้เลือกซื้อได้”

ต่อข้อถามว่า สินค้าที่ทบทวนมีแนวโน้มเบี้ยประกันและวงเงินความคุ้มครองจะลดลงจากของเดิมหรือไม่ นายกฤตวิทย์ กล่าวว่า ยังบอกไม่ได้เพราะอยู่ระหว่างวิเคราะห์สถิติ แต่เบื้องต้นยังคงคอนเซปต์ความคุ้มครองสูงไว้อยู่เพราะเป็นจุดเด่นของวิริยะฯ อยู่แล้ว โดยกลุ่มเป้าหมายสินค้าตัวนี้จะเป็นคนละกลุ่มกับลูกค้าประกันชั้น 1 เป็นลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ค่อนข้างจะมีความรู้ความเข้าใจด้านประกันภัยมากกว่าคนทั่วไป เป็นคนที่รู้ว่าควรจะเลือกซื้อความคุ้มครองหรืออยากได้ความคุ้มครองแบบไหน รวมถึงเป็นกลุ่มที่มีความระมัดระวังในการขับขี่สูง โดยคาดว่าจะสามารถนำออกจำหน่ายได้ประมาณปลายไตรมาสแรกปีหน้า ซึ่งลูกค้าที่ซื้อประกันประเภทนี้เวลารถเกิดอุบัติเหตุยังคงได้รับมาตรฐานการซ่อมเท่
ากับลูกค้าประกันชั้น 1 ที่ศูนย์ซ่อมมาตรฐานของบริษัท

นายกฤตวิทย์กล่าวถึงเบี้ยประกันภัยไม่ใช่รถยนต์ (นอน มอเตอร์) ว่า น่าจะขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องในอัตราที่สูง 25-30% ต่อไป เนื่องจากบริษัทได้วางระบบการจัดการสินไหม รวมถึงอบรมความรู้ให้กับพนักงานตามสาขาและศูนย์ซ่อมมาตรฐานทั่วประเทศรองรับการเสนอข
ายของตัวแทน โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มเบี้ยประกันนอน มอเตอร์ และรถยนต์ที่ 20:80 ในปีหน้า จากปัจจุบันกว่า 90% ยังเป็นเบี้ยประกันรถยนต์ และเพิ่มเป็น 30:70 ในปีถัดไป โดยบริษัทตั้งเป้าเบี้ยนอน มอเตอร์ สิ้นปี 2551 ประมาณ 1,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี นายกฤตวิทย์ กล่าวว่า หลังจากได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ทำให้ภาพความเชื่อมั่นของการเมืองไทยและประเทศไทยมีมาก
ขึ้น ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจเพราะตลาดหุ้นฟื้นตัวขึ้น โดยคาดว่าหากโฉมหน้ารัฐบาลชุดใหม่ออกมาน่าจะสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคธุรกิจได้เพิ่ม
ขึ้น

http://www.siamturakij.com/

ที่มาของข่าว :: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 958 20-23 ธ.ค. 2551
User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post
insurecenter
post Dec 20 2008, 12:17 PM
Post #24





Group: Members
Posts: 0
Joined: 11-December 08
Member No.: 11,061
Time Spent:
0d 9h 46m 44s
เพศ: Male
ใช้รถ Mazda 3: Yes
รุ่นของรถ: n/a
สีรถ: n/a



จับตา 1 ม.ค.ดีเดย์กฎเหล็ก ประกันภัยเตรียมพร้อมรับมือชุดใหญ่


“ธุรกิจประกันภัย” เตรียมพร้อมรับมือกฎเหล็กชุดใหญ่ หลังเข้าสู่ศักราชใหม่ปีฉลู!...เริ่มต้นด้วยระบบกำกับใหม่ Early Intervention ปรับฐานะการเงินตัวเองให้แกร่ง ด้วยอัตราส่วนเงินกองทุน 150% ตามมาด้วยทรัพย์สินหนุนหลัง การันตีบริษัทมีเงินจ่ายแม้จะเจ๊ง...!!! เกาะติดมาด้วย Cash Before Cover ประกันรถยนต์แบบใหม่จ่ายเบี้ยก่อนคุ้มครอง และตัวแทนนายหน้าต่อใบอนุญาตต้องผ่านหลักสูตรอบรม…!!!

แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เปิดศักราชใหม่ ปี 2552 นี้ ธุรกิจประกันภัยต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2552 โดยเฉพาะเรื่องของระบบการตรวจสอบและกำกับฐานะการเงินแนวใหม่ หรือ Early Intervention ระบบการเตือนภัยล่วงหน้า ที่เน้นการกำกับฐานะการเงินของบริษัทประกันภัยโดยเฉพาะ ซึ่งสาระสำคัญอยู่ที่การนำอัตราส่วนทางการเงินสำคัญๆ วัดขนาดเงินกองทุนและฐานะการเงินบริษัท ควบคู่ไปกับการใช้มาตรการแทรกแซงเบื้องต้นหากอัตราส่วนทางการเงินต่ำกว่า ค่ามาตรฐานที่ คปภ.กำหนดไว้ เพื่อสกัดปัญหาไม่ให้ลุกลามถึงฐานะการเงิน

สำหรับอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญๆ เหล่านั้น คปภ.ได้ปรับเพิ่มในบางตัวเพื่อให้การกำกับเข้มงวดขึ้น เช่น อัตราส่วนเงินกองทุนต่อเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฎหมายไม่ต่ำกว่า 150% ซึ่งจะมีผลกระทบต่อฐานะการเงินบริษัทประกันภัยทันทีหลายบริษัทอาจต้องเพิ่มทุน โดยทางภาคธุรกิจได้เสนอให้ คปภ.แก้ไขประกาศหลักเกณฑ์เรื่องการประเมินราคาสินทรัพย์ โดยขอให้พิจารณาให้ Fair Value หรือราคาตลาดแทนของเดิมที่ใช้ราคาตามบัญชี รวมถึงขอเพิ่มทรัพย์สินบางประเภทที่ คปภ.ไม่ประเมินราคาให้ เพื่อทำให้เงินกองทุนเพิ่มขึ้น

พร้อมกันนี้ยังมีเรื่องของสินทรัพย์หนุนหลัง เพื่อให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจว่า หากบริษัทเกิดปัญหา เช่น กิจการล้มหรือเจ๊ง บริษัทนั้นจะมีเงินจ่ายให้กับผู้เอาประกันตามสัญญากรมธรรม์แน่นอน โดยสินทรัพย์หนุนหลังต้องเป็นทรัพย์สินที่ปราศจากภาระผูกพันเพื่อใช้ชำระหนี้ได้ทันท
ี ได้แก่ สินทรัพย์ลงทุน ตามกฎหมายประกันชีวิต ประกันวินาศภัย โดยมีเงินฝากธนาคารส่วนที่บริษัทประกันภัยใช้เป็นทรัพย์สินหมุนเวียนเพียงประเภทเดีย
วเท่านั้นที่ คปภ.ยินยอมให้บริษัทสามารถเก็บรักษาไว้เองได้ แต่ต้องไม่เกิน 5% ของสินทรัพย์หนุนหลังทั้งหมด ส่วนที่เหลือต้องนำไปฝากไว้กับสถาบันการเงิน หรือคัสโตเดี้ยน (Custodian)

แม้ว่าทาง คปภ.ไม่ได้กำหนดใช้กฎหมายในเรื่องของทรัพย์สินหนุนหลัง 100% ในทันที โดยมีกำหนดสำหรับบริษัทประกันวินาศภัย ปีแรกต้องมีทรัพย์สินหนุนหลัง 80% ของภาระผูกพันทั้งหมด ปีที่สองเพิ่มเป็น 90% และ 100% ในปีที่สาม ส่วนประกันชีวิต มี 2 สเต็ป ปีแรก 90% และเพิ่มเป็น 100% ในปีที่สอง

“2 ประเด็นนี้ ถือเป็นเรื่องสำคัญต่อทั้งธุรกิจประกันชีวิต และประกันวินาศภัย นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่ธุรกิจประกันวินาศภัยต้องปฏิบัติอีกเรื่อง คือ เรื่องของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่ต่อไปต้องเป็นการจ่ายก่อนคุ้มครอง หรือ Cash before Cover ที่จะเริ่มใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2552 เช่นกัน”

ขณะเดียวกันทาง คปภ.ได้ปรับปรุงกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ใหม่ เพื่อรองรับกติกา Cash before Cover ด้วย เรียกว่า กรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถและกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์รวมความคุ้มคร
องผู้ประสบภัยจากรถ (Combine Policy) โดยมีการปรับปรุงเงื่อนไขบางข้อ เช่น เพิ่มความคุ้มครองบุคคลที่ 3, ลดค่าเสียหายส่วนแรก หรือดีดัคทิเบิล (Deductible) ที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบ, ปรับอัตราดอกเบี้ยค่าสินไหมทดแทนที่เกิดจากการฟ้องร้องเพิ่มขึ้น เป็นต้น เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์มากขึ้น
พร้อมกันนี้ยังมีกฎเกณฑ์ที่ตัวแทน และนายหน้า ทั้งประกันชีวิต และประกันวินาศภัย ต้องปฏิบัติ คือ ในเรื่องของการต่อใบอนุญาตตัวแทนหรือนายหน้า ต้องผ่านหลักสูตรอบรมตามที่ คปภ.กำหนดก่อน

http://www.taladvikrao.com/

ที่มาของข่าว :: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 239 16-31 ธ.ค. 2551
User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post
insurecenter
post Dec 21 2008, 11:33 AM
Post #25





Group: Members
Posts: 0
Joined: 11-December 08
Member No.: 11,061
Time Spent:
0d 9h 46m 44s
เพศ: Male
ใช้รถ Mazda 3: Yes
รุ่นของรถ: n/a
สีรถ: n/a



แห่สอบตัวแทนหนีกฎใหม่ คปภ.


ตัวแทนเกรงกฎหมายใหม่ที่ใช้คุมในปีหน้า แห่สอบส่งท้ายปีเพิ่มถึง 306%

แหล่งข่าวจากสมาคมประกันวินาศภัย เปิดเผยว่า ปีนี้ได้มีผู้สมัครสอบเพื่อขอเป็นตัวแทนขายใบอนุญาตขายเป็นประกันวินาศภัยเป็นจำนวนม
าก ซึ่ง ณ วันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีจำนวนทั้งสิ้น 3.81 หมื่นคน เพิ่มขึ้น 306% เมื่อเทียบกับปี 2550 ที่มีผู้สมัครสอบ 9,370 คน

สำหรับเหตุผลที่มีการสอบตัวแทนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากกลัวเกณฑ์ใหม่ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกัน
ภัย (คปภ.) ที่บังคับใช้ในปีหน้า ที่กำหนดให้บริษัทประกันภัยต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวแทน หากทำความ เสียหายให้กับลูกค้า ทำให้บริษัทประกันภัยแต่ละแห่งต้องสนับสนุนให้ตัวแทนที่ยังไม่มีใบอนุญาต มีใบอนุญาตให้ได้เพื่อจะอยู่ภายใต้กฎของ คปภ. และบริษัทประกันยังสามารถเอาผิดกับตัวแทนได้

นอกจากนี้ ยังเป็นผลมาจากในปีหน้าจะมีเกณฑ์การอบรมใหม่ที่ คปภ.กำหนดให้ตัวแทนต้องผ่านการอบรมก่อนถึงจะสอบได้ เนื่องจากมีการกลัวกันว่าต้องใช้เวลาในการอบรมถึง 10 ชั่วโมง แต่ถ้าสอบภายในปีนี้ยังไม่ต้องผ่านการอบรมก็ได้ และหากต้องอบรมเองก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายอีกประมาณคนละ 1,000 บาท และต้องเสียค่าเดินทางอีก

อย่างไรก็ตาม ได้มีผู้สอบผ่านทั้งสิ้น 3.21 หมื่นคน จากปี 2550 ที่สอบผ่าน 4,424 คน และในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ จะมีการจัดสอบตัวแทนในต่างจังหวัดอีก 7,000 คน ทั้งนี้ได้แยกเป็นตัวแทนที่ขอสอบขายประกันภัยได้ทุกประเภท 3.3 หมื่นคน ตัวแทนที่ขายได้เฉพาะประกันอุบัติเหตุและสุขภาพ 2,900 คน และตัวแทนที่ขายเฉพาะประกัน พ.ร.บ.1,300 คน

http://www.posttoday.com/

ที่มาของข่าว :: เว็บไซต์ นสพ.โพสต์ทูเดย์ 19 ธ.ค. 2551
User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post
insurecenter
post Dec 22 2008, 11:58 AM
Post #26





Group: Members
Posts: 0
Joined: 11-December 08
Member No.: 11,061
Time Spent:
0d 9h 46m 44s
เพศ: Male
ใช้รถ Mazda 3: Yes
รุ่นของรถ: n/a
สีรถ: n/a



ประกันทูเดย์ (22 ธ.ค.)


รายงานโดย มิสอินไซเดอร์

ใครๆ ก็ว่าบริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ เป็นเสือนอนกิน เพราะทุกบริษัทจะต้องส่งงานประกันต่อให้ ไม่ต้องทำอะไรก็มีงานไหลมาเทมา แต่ สุรชัย ศิริวัลลภ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปฏิเสธเสียงดังว่าไม่ใช่เสือนอนกิน แต่เป็นขอทานตะหากเพราะไม่มีสิทธิเลือก ใครส่งขยะมาให้ก็ต้องกิน แต่แหมถ้าเป็นขอทานก็เป็นขอทานที่น่าอิจฉาที่สุดในโลก เพราะขอทานที่นี่ใส่สูทนั่งรถราคาร่วม 5 ล้านบาท แถมมันสมองเปรื่องปราด ฟาดกำไรเข้าบริษัทแต่ละปีร่วม 700 ล้านบาท ขอทานอย่างนี้มีแต่คนอิจฉา

...ช่วงนี้คนในวงการประกันภัยตื่นตัวเรื่องการเพิ่มความรู้กันคึกคัก ตบเท้าเข้าเรียนระดับปริญญาโทที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) สาขาวิชาคณิตศาสตร์ประกันภัยตั้ง 40 คน โดยนักศึกษาที่อาวุโสสูงสุด คือ บังอร จิระวรสุข ผู้จัดการฝ่ายพิจารณารับประกันภัย บริษัท ไอเอจี ประกันภัย (ประเทศไทย) ตามมาด้วย เพียงเพ็ญ สืบถวิลกุล ผู้จัดการการเงิน บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ อรัญ ศรีว่องไทย กรรมการบริหารและรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท มิตรแท้ประกันภัย

...ใกล้จะสิ้นปีแล้ว รายละเอียดของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ยังไม่เห็นมีประกาศ
ออกมา ทำบรรดาบริษัทประกันชีวิตเดินกันคล้ายเสือติดจั่น ตอบลูกค้าก็ไม่ได้เต็มปากเต็มคำ เรื่องนี้ วินัย วิทวัสการเวช อธิบดีกรมสรรพากรคนใหม่ จะลงนามทันมั้ยเนี่ย เหลือเวลาอีกแค่ 2 สัปดาห์เท่านั้น

...ขณะที่ สาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย ไม่กล้าออกความเห็นเรื่องนี้ บอกแต่ว่าอยู่ที่อำนาจของผู้ใหญ่

...ภาสินี ปรีชาธนาพล ผู้อำนวยการฝ่ายสายงานสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยประกันชีวิต ส่งท้ายปลายปีด้วยการจัดกิจกรรมนวดบำบัดด้วยศาสตร์และศิลป์ของการดูแลสุขภาพ ทั้งด้านร่างกายและจิตใจให้กับลูกค้าสบายอารมณ์ งานนี้ถูกใจผู้ที่ใส่ใจสุขภาพ และต้องการผ่อนคลายความเครียดแบบสุดๆ

...ช่วงนี้ จันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) คงยิ้มชื่นใจเพราะบริษัทประกันวินาศภัยขนตัวแทนมาสอบใบอนุญาตกันแน่นขนัด ยังไม่จบปีเลยปาเข้าไป 3.8 หมื่นคนแล้ว จากปีที่ผ่านมาทั้งปีแค่ 9,000 กว่าคนเท่านั้น ด้านตัวแทนประกันชีวิต 11 เดือน ก็ตัวเลขทะลุเป้าหมายกว่า 10% ทั้งปีคาดถึง 2.1 แสนคน อย่างนี้ออกใบอนุญาตกันมือระวิง รายได้ค่าสอบ-ค่าออกใบอนุญาตวิ่งทะลุ 100 ล้านบาทไปเรียบร้อยแล้ว ดีใจด้วย

http://www.posttoday.com/

ที่มาของข่าว :: เว็บไซต์ นสพ.โพสต์ทูเดย์ 22 ธ.ค. 2551
User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post
insurecenter
post Dec 23 2008, 12:04 PM
Post #27





Group: Members
Posts: 0
Joined: 11-December 08
Member No.: 11,061
Time Spent:
0d 9h 46m 44s
เพศ: Male
ใช้รถ Mazda 3: Yes
รุ่นของรถ: n/a
สีรถ: n/a



รถป้ายแดงวูบประกันชั้น 1 ทรุด ไทยเศรษฐกิจฯ ปั๊มเบี้ย 2-3 plus

ยอดขายรถใหม่ป้ายแดงหล่นวูบตามกระแสเศรษฐกิจโลก ฉุดประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ทรุดฮวบฮาบ ไฟแนนซ์ที่เคยแข่งขันหั่นดอกเบี้ยชิงพื้นที่โชว์รูมรถยนต์ของดีลเลอร์ค้ารถ ต้องชะลอปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ เพราะวิตกปัญหาเอ็นพีแอลจะเบ่งบานตามสภาพเศรษฐกิจที่ยังมองไม่เห็นอนาคต... " ไทยเศรษฐกิจประกันภัย" เบนทิศหันหน้าเจาะช่องทางตัวแทน เปิดตลาดสินค้าประกันภัยรถยนต์ต้นทุนต่ำ "2-3 plus" หลังช่องทางรับงานรถป้ายแดงจากไฟแนนซ์สะดุด มองแนวโน้มรถเล็ก "ซิตี้คาร์" มาแรง แม้ความเสี่ยงจะสูง แต่แทบทุกค่ายก็หาทางออกด้วยการปรับเบี้ยให้สูงขึ้นชดเชย พร้อมตรวจสภาพอย่างละเอียด ขณะที่รถเชิงพาณิชย์ รถกระบะ รถบรรทุก เบี้ยจะค่อยๆ หายไปตามสภาพเศรษฐกิจ...
ธุรกิจในแวดวงประกันวินาศภัยจำเป็นต้องยอมรับสภาพการเปลี่ยนแปลงของตลาดประกันภัย ซึ่งอิงกับสภาพเศรษฐกิจเป็นหลัก เมื่อใดที่เศรษกิจดี ประกันภัยก็จะเติบโตเป็น 2 เท่า แต่ถ้าวันใดที่เศรษฐกิจถดถอย ประกันภัยก็จะพลอยได้รับผลกระทบเป็นเงาตามตัว"เห็นชัดคือ ภาคส่งออกปรับตัวลดลง ประกันภัยขนส่งทางทะเลเบี้ยก็ปรับตัวลดลง ขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์ปรับตัวลงมากเพราะยอดขายรถที่ปรับตัวลงมาตั้งแต่เดือน ก.ค.-ต.ค. 2551 ราว 25% ก็เชื่อว่าประกันภัยรถยนต์น่าจะยุบตัวลงเช่นกัน"
พุทธิพงษ์ ด่านบุญสุต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.ไทยเศรษฐกิจประกันภัย ยังคาดว่ายอดจองรถในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป จะไม่ได้ตามเป้าหมายเพราะผู้คนส่วนใหญ่ยังคงเก็บเงินสดไว้ใช้จ่ายยามฉุกเฉิน นอกจากนั้น ภาคอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างคอนโดฯ ตลอดแนวรถไฟฟ้าบางโครงการก็ชะลอการก่อสร้าง ขณะที่ยอดจองก็ลดลงไปด้วย
โดยสรุปก็คือ การเติบโตของประกันภัยในปี 2552 คงมีเบี้ยรับลดลง แต่ก็ใกล้เคียงกับปี 2551 ที่ 1.15 แสนล้านบาท ขณะที่ปี 2550 อยู่ที่ 1.05 แสนล้านบาท"ประกันภัย พ.ร.บ.หรือประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ น่าจะทำได้เต็มที่ มีเท่าไรก็ทำได้เท่านั้น แต่ประกันภัยรถยนต์ โดยเฉพาะรถใหม่น่าจะชะลอตัวลง รวมถึงรถหรูหรือรถนำเข้าที่บริโภคเชื้อเพลิงจำนวนมาก ก็คงไม่ได้รับความนิยมเท่ากับรถซิตี้คาร์ หรือรถเครื่องยนต์ขนาดเล็ก"
จากสถิติว่ากันว่า ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 ที่มีราคาเบี้ยเป็นเงินก้อนโตราวหมื่นกว่าบาท อาจจะไม่ได้รับความนิยมมากเท่ากับประกันภัยประเภท 2-3 plus ที่คิดราคาต่ำกว่าค่อนข้างมาก
ขณะเดียวกันก็มีการชะลอตัวของรถป้ายแดง หลังจากมีการแข่งขันสูงมาตั้งแต่ต้นปี 2551 จนมาถึงปลายปี บรรดาธนาคารพาณิชย์ที่มีธุรกิจในเครือทำกิจการเช่าซื้อรถยนต์ก็เริ่มชะลอการปล่อยสิน
เชื่อลง ทำให้ตลาดรถป้ายแดงที่มักจะถูกบังคับทำประกันภัยประเภท 1 เบี้ยจะปรับลงไปโดยปริยาย
ธุรกิจประกันภัยที่เคยรับงานจากธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ในเครือธนาคารหลายแห่ง จึงต้องเบนทิศกลับมาที่ช่องทางตัวแทนเพื่อจับจองพื้นที่รถที่มีอายุมากกว่า 1 ปีขึ้นไป และส่วนใหญ่ก็มักจะเลือกซื้อประกันภัยประเภท 2-3 plus ที่มีราคาเบี้ยต่ำกว่าหลายพันบาทแทน
พุทธิพงษ์ อธิบายว่า ยอดขายรถป้ายแดงชะลอตัวลง ขณะที่การแข่งขันตัดราคาเบี้ยก็ยังสูงอยู่ ดังนั้นก็เชื่อว่าในปี 2552 แนวโน้มรถยนต์เครื่องยนต์ขนาดเล็ก หรือ "รถซิตี้คาร์" จะได้รับความนิยมมากขึ้นจากผู้บริโภค
อย่างไรก็ตาม สำหรับรถซิตี้คาร์ จากสถิติบอกได้ว่ามีอัตราความเสียหายสูงกว่ารถยนต์ที่มีขนาดใหญ่กว่า ขณะที่อัตราการเกิดอุบัติเหตุก็มีมากกว่า ทำให้ก่อนหน้านี้แทบทุกบริษัทประกันภัยต้องปรับเพิ่มเบี้ยรถเล็กกันโดยไม่ได้นัดหมาย
ดังนั้นคนที่มีรถเล็กก็เลี่ยงไม่ได้ต้องจ่ายเบี้ยแพงขึ้น อาจจะรวมไปถึงรถเชิงพาณิชย์ รถกระบะ และรถบรรทุกที่มีชั่วโมงการใช้งานสูง มีความเสี่ยงสูง และเบี้ยสูงอยู่แล้ว เมื่อได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจก็ยิ่งทำให้ตลาดรถกลุ่มนี้มีปริมาณเบี้ยลดลง
พุทธิพงษ์ บอกว่า ในปีหน้าธุรกิจจะปรับเบี้ยขึ้นอีกหรือไม่ ต้องดูกันเป็นรายไตรมาสว่าเบี้ยที่ปรับไปแล้วตั้งแต่ปี 2551 จะครอบคลุมความเสียหายหรือไม่ที่ผ่านมา การปรับเบี้ยรถเล็กลงเฉลี่ย 10-15% ก็เพื่อให้บริษัทสามารถประคองตัวอยู่ได้ ถ้าราคาเบี้ยที่ปรับเหมาะสมกับสถานการณ์
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จะเกิดขึ้นในปีหน้าก็คือ บริษัทประกันวินาศภัยจะคิดเลือกรถทำประกันภัยโดยการตรวจสภาพมากขึ้น และฝ่ายรับประกันภัย หรืออันเดอร์ไรท์ ก็ต้องดูรายละเอียดมากขึ้นด้วย เพราะในปีหน้าการแข่งขันในตลาดประกันภัยรถยนต์จะสูงขึ้น ขณะที่การตรวจสอบรายละเอียดความเสียหายก็จะมากขึ้นด้วยที่เห็นชัดเจนและค่อนข้างแน่น
อนแล้วก็คือ ผู้ทำประกันภัยรถยนต์จะต้องจ่ายเบี้ยให้ครอบคลุมความเสียหายของรถเล็กมากขึ้น ขณะที่ตลาดประกันภัยรถยนต์ประเภท 2-3 plus จะบูมเบ่งบานไปตามสภาพเศรษฐกิจ ส่วนรถยนต์นั่งขนาดใหญ่และรถยนต์เชิงพาณิชย์งานนี้ จึงต้องทำใจเพียงอย่างเดียว เพราะนอกจากเบี้ยจะถูกปรับขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย ในขณะที่ยอดขายกำลังถดกรูดลงเรื่อยๆ ไฟแนนซ์ส่วนใหญ่ก็คัดเลือกจะปล่อยกู้เข้มงวดขึ้น
ชั่วโมงนี้ ทั้งคนขายประกันภัย และคนซื้อประกันภัย จึงตกอยู่ในสถานภาพเดียวกัน คือ ตกอยู่ในที่นั่งลำบากกันถ้วนหน้า...

http://www.manager.co.th/mgrWeekly/

ที่มาของข่าว :: เว็บไซต์ นสพ.ผู้จัดการรายสัปดาห์ 19 ธ.ค. 2551
User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post
insurecenter
post Dec 23 2008, 06:09 PM
Post #28





Group: Members
Posts: 0
Joined: 11-December 08
Member No.: 11,061
Time Spent:
0d 9h 46m 44s
เพศ: Male
ใช้รถ Mazda 3: Yes
รุ่นของรถ: n/a
สีรถ: n/a



"ไทยประกันภัย" รับแรงซื้อหด ดึง TMB ขายกรมธรรม์เงินผ่อน

"ไทยประกันภัย" จับมือแบงก์ทหารไทยขายประกันเงินผ่อน ตอบโจทย์ปีหน้าผู้บริโภคบริหารเงินมากขึ้น ชูแผนปี '52 คัดเลือกภัย-เน้นกำไรรับประกัน-รักษาลูกค้าต่ออายุ ดันเบี้ยรวมโต 10% ส่งพี/เอ-ประกันทรัพย์สินลุยตลาด
นายสมบัติ อนันตลาโภชัย รองกรรมการผู้จัดการ บมจ.ไทยประกันภัย เปิดเผยว่า ในปีหน้าจะมีกรมธรรม์ในรูปแบบเงินผ่อนออกมาเพิ่มขึ้น เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ไม่ต้องการจ่ายเงินก้อนใหญ่ โดยลูกค้าที่จะซื้อประกันภัยรถยนต์แบบผ่อนชำระ ขณะนี้สามารถซื้อได้ โดยผ่านช่องทางธนาคารทหารไทย ส่วนประกันภัยอื่นๆ ที่ไม่ใช่รถยนต์ ลูกค้าสามารถซื้อผ่านทุกช่องทางของบริษัท ทั้งตัวแทน, แบงก์แอสชัวรันซ์, คอลเซ็นเตอร์ และสาขา
ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถเลือกระยะเวลาการผ่อนชำระได้ตั้งแต่ 3 เดือน, 6 เดือน และ 12 เดือน โดยไม่ต้องเสียค่าดอกเบี้ย ซึ่งเบี้ยประกันภัยที่บริษัทจะอนุญาตให้ผ่อนจ่ายได้ต้องมีมูลค่าตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป สำหรับประกันภัยรถยนต์ และ 3,000 บาทขึ้นไป สำหรับประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์
นายสมบัติ กล่าวอีกว่า ในปีหน้ากฎหมายจะเริ่มบังคับใช้เกณฑ์ "เริ่มความคุ้มครองเมื่อจ่ายเบี้ย" สำหรับประกันภัยรถยนต์ ทำให้ลูกค้าไม่สามารถผ่อนจ่ายเบี้ยกับบริษัทได้โดยตรง จึงต้องมีธุรกิจที่ให้บริการด้านการเงินเข้ามาเป็นตัวกลางเพื่อบริการด้านเงินผ่อนแท
น ซึ่งขณะนี้มีเพียงธนาคารทหารไทยก่อน และปีหน้าบริษัทจะพยายามหาพันธมิตรที่เป็นธุรกิจการเงินเข้ามาให้บริการเพิ่มขึ้น
"เชื่อว่าโปรดักต์ที่เป็นเงินผ่อนจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้แก่ลูกค้า และช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้เอาประกัน โดยเฉพาะในปีหน้าที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ผู้บริโภคต้องบริหารค่าใช้จ่ายส่วนตัวมากขึ้นด้วย" นายสมบัติ กล่าว
ด้าน นางสาวพณิตา ตู้จินดา กรรมการผู้จัดการ ไทยประกันภัย กล่าวว่า แผนการทำธุรกิจในปีหน้า บริษัทต้องระมัดระวังในการคัดเลือกภัยให้มีคุณภาพมากขึ้น เพื่อให้มีกำไรจากการรับประกันภัย ซึ่งถือเป็นรายได้หลักของธุรกิจ ซึ่งต้องการให้กำไรส่วนดังกล่าวอยู่ในระดับ 70-75% ขึ้นไป เมื่อเทียบกับกำไรรวม
ขณะเดียวกันบริษัทต้องพยายามรักษาสัดส่วนของลูกค้าเดิมให้มีการต่ออายุในระดับ 70-80% ขึ้นไป เพราะการทำตลาดกับลูกค้าเดิมมีต้นทุนต่ำกว่าการหาลูกค้ารายใหม่ค่อนข้างมาก โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตในปีหน้าจะมีเบี้ยรับรวม 1,400 ล้านบาท เติบโตขึ้นประมาณ 10% จากปีนี้ที่คาดว่าจะมีเบี้ยรับรวม 1,250 ล้านบาท
สำหรับการทำตลาดในปีหน้า นอกจากกลุ่มลูกค้ารายย่อยซึ่งจะเป็นตลาดหลัก และจะเน้นขายประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลแล้ว บริษัทจะมุ่งเจาะตลาดธุรกิจและเอสเอ็มอีเพิ่มขึ้นด้วย โดยเน้นด้านประกันภัยทรัพย์สินภายในตัวอาคารที่ถือว่ายังมีช่องว่างในตลาดอีกมากขณะท
ี่ประกันภัยรถยนต์เชื่อว่าคงไม่เติบโตขึ้นจากปีนี้ เพราะยอดรถใหม่ในปีหน้าจะชะลอตัวลงมาก
ด้านความมั่นคงของบริษัท นางสาวพณิตา กล่าวว่า ในปัจจุบันไทยประกันภัยมีเงินกองทุนเกือบ 400 ล้านบาท ถือว่ายังเพียงพอสำหรับเกณฑ์ใหม่ที่จะเริ่มใช้ในต้นปีหน้า ซึ่งกำหนดให้บริษัทประกันดำรงเงินกองทุนไม่น้อยกว่า 150% ของเกณฑ์ตามกฎหมายอย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวเห็นว่าอยากให้มีการเพิ่มทุนเช่นกัน ทั้งนี้ เพื่อรองรับกับแผนการขยายตลาดในอนาคตของบริษัท และทำให้ฐานะบริษัทในภาพรวมมั่นคงยิ่งขึ้น

http://www.matichon.co.th/prachachat

ที่มาของข่าว :: นสพ.ประชาชาติธุรกิจ ฉบับที่ 4064 22 ธ.ค. 2551
User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post
insurecenter
post Dec 24 2008, 12:19 PM
Post #29





Group: Members
Posts: 0
Joined: 11-December 08
Member No.: 11,061
Time Spent:
0d 9h 46m 44s
เพศ: Male
ใช้รถ Mazda 3: Yes
รุ่นของรถ: n/a
สีรถ: n/a



แอกซ่าวางแผนรัดเข็มขัด ตั้งเป้าปี 52 กวาดเบี้ยประกัน 1.9 พันล้าน

นายกี่เดช อนันต์ศิริประภา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทแอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าผลจากการสำรวจข้อมูลล่าสุดพบว่ารายได้จากการรับประกันภัยรถยนต์ทั้งระบบขาดท
ุนถึง 106% ซึ่งยังไม่มีบริษัทใดทำกำไรในการรับประกันส่วนนี้ได้จนถึงปัจจุบัน เนื่องจากการใช้รถยนต์ขนาดเล็กประเภท City Car จะเป็นกลุ่มวัยรุ่นทำให้ปัญหาการเคลมบ่อย ส่งผลให้ปี 2551 บริษัทจึงต้องขึ้นเบี้ยประกันภัยรถยนต์ขนาดเล็กรวม 30% เพื่อให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่เกิด แม้ว่าจะทำให้ลูกค้าหายไปบางส่วน

"การปรับเบี้ยเพื่อนำมาชดเชยในส่วนที่ขาดทุนไม่ใช่ปรับเพื่อให้เกิดกำไร ทำให้อัตราการเติบโตของบริษัทอยู่ที่ 6% ในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา (มกราคมถึงพฤศจิกายน) จากที่ตั้งเป้าการเติบโตเมื่อต้นปีไว้ที่ 10% และเมื่อพอร์ตของกลุ่มรถยนต์ (Motor) ขาดทุนก็จะนำผลิตภัณฑ์ในพอร์ตของกลุ่มที่ไม่ใช่รถยนต์ (Non Motor) เข้ามาช่วยเสริม แต่ยังคงสัดส่วนทั้ง 2 พอร์ตไว้ที่ 50:50 เช่นเดิม" สำหรับปีหน้าบริษัทจะลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจด้วยการควบคุมค่าใช้จ่ายให้ไม่เกิน 20% ของรายได้ทั้งหมด ควบคุมลอซเรโช (อัตราความเสียหาย) ให้ไม่เกิน 60% ปัจจุบันอยู่ที่ 63% รักษาฐานลูกค้าที่มีอยู่ 200,000 ราย ให้มีอัตราการต่ออายุมากที่สุด และต้องพัฒนาบุคลากรให้มีความโปร่งใสในการทำงาน นอกจากนี้บริษัทจะไม่ลืมเรื่องของการให้บริการที่สะดวกและรวดเร็วกับลูกค้า อัตราการเติบโตปีหน้าตั้งเป้าไว้ที่ 10-12% หรือเบี้ยประมาณ 1,925 ล้านบาท เนื่องจากเลี่ยงการรับประกันรถยนต์ขนาดเล็กจะหันมารับประกันรถยนต์ขนาดใหญ่มากขึ้นเพ
ราะทุนประกันสูงเบี้ยก็สูงเช่นกันแต่มีความเสี่ยงน้อย

ขณะที่ผลประกอบการในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา มีเบี้ยรับประกันรับรวม 1,606.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6%



http://www.naewna.com

ที่มาของข่าว :: นสพ.แนวหน้า 24 ธ.ค. 2551
User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post
insurecenter
post Dec 24 2008, 08:15 PM
Post #30





Group: Members
Posts: 0
Joined: 11-December 08
Member No.: 11,061
Time Spent:
0d 9h 46m 44s
เพศ: Male
ใช้รถ Mazda 3: Yes
รุ่นของรถ: n/a
สีรถ: n/a



ทักษิณ ไม่กลับไทยพรุ่งนี้



พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรโฆษกส่วนตัวเผยทักษิณไม่กลับไทยพรุ่งนี้ ชี้ตั้งกษิตรมว.บัวแก้วเป็นเรื่องน่าผิดหวัง

นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธกระแสข่าวการเดินทางกลับมาประเทศไทยของพันตำรวจโททักษิณฯวันพรุ่งนี้ โดยเชื่อว่า ความเข้าใจผิดเกิดจากการตีความของสื่อมวลชน ซึ่งตนเองยังไม่ได้พูดคุยจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ตั้งแต่ก่อนจัดตั้งรัฐบาล

สำหรับการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ นายพงษ์เทพ เห็นว่า ถึงจะไม่ใช่รัฐบาลที่มาจากระบอบประชาธิปไตย แต่ก็อยากให้ทำงานแก้ไขปัญหาสำคัญทั้งเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่สิ่งที่สำคัญรัฐบาลต้องมีความชัดเจนถึงความเป็นผู้นำของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายในพรรค ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดเสถียรภาพของรัฐบาลที่ต้องติดตามกันต่อไป

ทั้งนี้นายพงษ์เทพ ระบุด้วยว่า รู้สึกผิดหวังที่ นายกรัฐมนตรี แต่งตั้ง นายกษิต ภิรมย์ เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ เพราะเป็นผู้ที่ร่วมขึ้นเวทีการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถเรียกความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทยจากต่างชาติกลับคืนมาได้.

http://news.sanook.com/politic/politic_332201.php

โดย โพสต์ทูเดย์ วัน พุธ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2551 16:06 น.
User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post


15 Pages V  1 2 3 > » 
Reply to this topicStart new topic
0 Members:

Collapse

> Similar Topics

Topic Title Replies Topic Starter Views Last Action
ขายตุ๊กตาเสียบเสาอากาศ ของแนว ๆ ราคาพิเศษ 279 ideagiftshops 13,892 Today, 04:40 PM
Last post by: ideagiftshops
TPMS [TYREDOG]เครื่องแสดงสถานะลมยางแบบREALTIME ยอดขาย NO.1 ราคาพิเศษ 4XXX บาท 1,662 tyredogth 30,350 Today, 02:03 PM
Last post by: tyredogth
พรมกระดุม พรมธนู เกรดAแบบหนา6มิล MAZDA3 16ชิ้น โปรโมชั่นราคาพิเศษ 1,219 Bell99999 14,410 Today, 12:15 PM
Last post by: Bell99999
ลายแทง ติดแก๊ส Mazda3 ขั้นเทพ (ราคาพิเศษ) ปลอดภัย 100% 4 adogking 329 Today, 11:08 AM
Last post by: adogking
(ปรับลด)ขายผ้าเบรค N-sports ราคาพิเศษ ติดตั้งฟรี ส่งฟรี 150 noomtp 4,287 Yesterday, 09:53 AM
Last post by: noomtp


 



- Lo-Fi Version Time is now: 20th September 2014 - 10:57 PM